นายก อบจ.อุดรธานี นำ 8 หน่วยงาน ทำบันทึกข้อตกลงโครงการอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย สืบสานอัตลักษณ์พื้นถิ่นอีสาน

ภูมิภาค23 ต.ค. 2563 • 01:07 น.
นายก อบจ.อุดรธานี นำ 8 หน่วยงาน ทำบันทึกข้อตกลงโครงการอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย สืบสานอัตลักษณ์พื้นถิ่นอีสาน
องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ลงนามบันทึกข้อตกลงกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ,สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมจัดตั้งหมู่บ้านอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย ที่ อ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี สืบสานวัฒนธรรมวิถีชีวิต และอัตลักษณ์พื้นถิ่นอีสาน ส่งเสริมการท่องเที่ยวและส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ วันที่ 22 ตุลาคม 2563 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 4 องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี นายวิเชียร ขาวขำ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี , ผศ.จรูญ ถาวรจักร อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ,นายกัมปนาทจักรวาล วิเวศ ศรีพุทธา พัฒนาการจังหวัดอุดรธานี ,นางขนิษฐา โกวิทยากร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุดรธานี ,นายพนธ์สมิทธิ์ กลางนภา ปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี ,นายกำธร วิเชฎฐพงศ์ นายอำเภอทุ่งฝน ,นายหาญ จ้อยนุแสง นายกเทศมนตรีตำบลทุ่งใหญ่ และ นายทศพร ศรีศักดิ์ นายกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย ร่วมกัน 8 ฝ่าย ทำบันทึกข้อตกลงโครงการอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย นายวิเชียร ขาวขำ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของทุกภาคส่วน โดยทั้ง 8 ฝ่ายได้ตกลงร่วมกันจัดตั้งหมู่บ้านอนุรักษ์และพัฒนาควายไทยจังหวัดอุดรธานี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สืบสานวัฒนธรรมวิถีชีวิต และอัตลักษณ์พื้นถิ่นอีสาน รวมถึงเป็นการส่งเสริมอาชีพ ที่ผ่านมาได้มีการจัดการประกวดควาย จัดงานวิถีคนวิถีควายในงานทุ่งศรีเมืองอุดรธานี ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก ครั้งนี้จึงได้ผลักดันให้เป็นรูปธรรม ในปีงบประมาณ 2564 อบจ.อุดรธานี จึงได้ตั้งงบประมาณอุดหนุน มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ให้เป็นหน่วยงานทางด้านวิชาการ จัดทำแผนงานการดำเนินการสำรวจพื้นที่ และอุดหนุนปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานีได้หาวิธีสนับสนุนส่งเสริมกลุ่มเกษตรหรือสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน ผู้เลี้ยงควาย นายวิเชียร ขาวขำ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี กล่าวต่อว่า สำหรับหมู่บ้านอนุรักษ์และพัฒนาควายไทยจังหวัดอุดรธานี ตั้งอยู่ที่ทุ่งโป่งวัว ตำบลทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี มีพื้นที่ประมาณ 800 ไร่ แต่ได้มีการจัดสรรให้ประชาชนเข้าไปใช้พื้นที่เหลืออยู่ประมาณ 600 กว่าไร่ อบจ.อุดรธานี จะทำโครงสร้างพื้นฐานให้ เช่น ทำรั้ว ประปา ไฟฟ้า เมื่อเสร็จแล้วก็จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ข้างหน้าจะเป็นแลนด์มาร์คอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ทำให้อุดรเจริญรุ่งเรือง เศรษฐกิจดี จะเป็นแหล่งรวบรวมพันธุกรรม มีโรงผลิตและเก็บน้ำเชื้อ สามารถส่งออกขายต่างประเทศได้ นอกจากนี้ยังจะมีร้านค้าโอทอปของพี่น้องประชาชนด้วย โดยที่แลนด์มาร์คนี้จะเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆของจังหวัดอุดรธานี เช่น แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง เชื่อมต่อคำชะโนด บ้านดุง หรือผ่านไปทะเลบัวแดงได้ เป็นต้น ด้าน นายทศพร ศรีศักดิ์ นายกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย กล่าวว่า จังหวัดอุดรธานีมีการขุดค้นพบกระดูกควายที่เก่าแก่ที่สุดประมาณ 1,800 - 2,300 ปี ที่บ้านเชียง เป็นต้นกำเนิดควายที่เก่าแก่เท่าที่พบในประเทศไทย จึงได้มีโครงการสืบสานตำนานควายโบราณ จนถึงวันนี้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญโดยเฉพาะ อบจ.อุดรธานี จึงได้ดำเนินการจัดตั้งหมู่บ้านอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย ใครอยากจะมาเรียนรู้ควายไทยมรดกไทยมรดกโลกให้มาที่อุดร และปัจจุบันได้มีการพัฒนาพันธุกรรมควายไทย ตัวหนึ่งราคาเป็นล้าน ควายไทยถือว่าเป็นสัตว์พื้นเมืองของไทยที่มีคุณค่าทั้งในเรื่องวิถีชีวิต การท่องเที่ยว รวมถึงเรื่องของอาชีพ.