ชาวประมงพื้นบ้านสตูลเดือดนัดรวมตัวปิดคลองปากบาราหลังกฎกระทรวงกำหนดแนวเขตฉบับใหม่
วันที่ 21 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า กลุ่มตัวแทนชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดสตูล 100 คน นัดรวมตัวกันที่สมาคมประมงประมงจังหวัดสตูล ถนนฉลุง-ละงู เทศบาลตำบลกำแพง อำเภอละงู จังหวัดสตูล หลังยื่นหนังสือถึงสมาคมประมงจังหวัดสตูล ให้ประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง พร้อมรอฟังคำตอบ กรณีให้ระงับการใช้กฎกระทรวงกำหนดแนวเขตฉบับใหม่ที่ออกมาวันที่ 7 ธันวาคม 2565 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่15 ธันวาคมที่ผ่านมา สร้างความเดือดร้อนไม่สามารถทำกินได้ พร้อมเสนอให้มาใช้แนวเขตเก่า ซึ่งความเดือดร้อนในครั้งนี้หากไม่เป็นผล หลังยื่นข้อเรียกร้อง จะนัดรวมพลปิดคลองปากบาราเส้นทางเศรษฐกิจท่องเที่ยวและทำการประมง
สำหรับความเดือดร้อนจากการประกาศใช้กฎกระทรวง กำหนดเขตประมงชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดสตูล พุทธศักราช 2565 ทั้งที่จังหวัดสตูลมีแนวเขตติดอุทยานแห่งชาติเกือบทั้งหมด ทำให้ได้รับความเดือดร้อนจากประกาศฉบับนี้ โดยการเสนอความคิดเห็นผ่านประมงพื้นที่จังหวัดสตูลไปถึง 3 รอบไม่มีการนำข้อเสนอไปเพื่อพิจารณา
โดย นายยาหยา ตะรุรักษ์ อายุ 65 ปี อยู่ม.2 ต.ปากบารา อ.ละงู ชาวประมงพื้นบ้านเรือหัวโทงขนาด 6 ตัน กล่าวว่า ความเดือดร้อนเกิดขึ้นหลังกฎกระทรวงได้ประกาศใช้แนวเขตทางทะเลใหม่ จาก 3 ไปทะเลเป็น 10 ไมล์ทะเล ทั้งที่สภาพพื้นที่ของจังหวัดสตูลเต็มไปด้วยอุทยานทางทะเล เหมือนบีบบังคับไม่ให้ชาวประมงได้ทำกิน เนื่องด้วยเครื่องมือประมงที่ทำส่วนใหญ่เป็นเรือปั่นไฟหมึก เรือปั่นไฟปลากะตัก ซึ่งมีขนาดของเรือไม่เกิน 10 ตันกอส ด้วยเรือขนาดเล็กทำให้ไม่สามารถจะปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกมาได้
ส่วน นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ นายกสมาคมประมงจังหวัดสตูล หลังได้รับข้อร้องเรียนจากกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดสตูล ได้นำเรื่องยื่นหนังสือต่อ จังหวัด เพื่อร่วมหาแนวทางแก้ปัญหา ตามข้อเรียกร้องของชาวประมงพื้นบ้านที่ต้องการให้คงไว้ซึ่งแนวเขตเดิม คือ 3 ไมล์ทะเลจากที่กฎกระทรวงออกมา ถึง 10 ไมล์ทะเล
โดยทางสมาคมประมงจังหวัดสตูล ได้ทำหนังสือถึง รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , อธิบดีกรมประมง ,ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล,สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย,ประมงจังหวัดสตูล เพื่อรับทราบปัญหา พร้อมระบุหลังสมาคมประมงจังหวัดสตูลได้รับหนังสือจากกลุ่มชาวประมงที่ได้รับความเดือดร้อนตามที่กรมประมงได้ออกกฎกระทรวงกำหนดเขตทะเลชายฝั่งในบริเวณจังหวัดสตูลพุทธศักราช 2565 เมื่อวันที่ 7พฤศจิกายน 2565 ซึ่งประกาศฉบับนี้ไม่ได้นำความคิดเห็นของชาวประมงและผู้ที่เข้าร่วมประชุมรับความคิดเห็น ตามที่สำนักงานประมงจังหวัดสตูลได้เชิญประชุมทั้ง 3 รอบนั้นชาวประมงโดยเฉพาะเรือพื้นบ้านและเรือประมงขนาดเล็กที่ทำการประมงชายฝั่งไม่สามารถออกทำการประมงน้ำลึกในพื้นที่จังหวัดสตูลได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากและสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายซึ่งโทษและค่าปรับที่รุนแรงเนื่องจากพื้นที่ทำการประมงทะเลชายฝั่งจังหวัดสตูลเป็นพื้นที่เขตอุทยานเกือบทั้งหมด
ล่าสุด นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เดินทางมารับฟังปัญหาชาวประมงพื้นบ้านที่รวมตัวร้องเรียนที่หน้าสมาคมประมงจังหวัดสตูล 100 คน พร้อมรับหนังสือร้องเรียนชาวบ้านผ่านสมาคมประมงจังหวัดสตูลถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลนั้น โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัด ระบุว่า แล้วเรื่องนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็รู้สึกห่วงใย พยายามช่วยกันทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบังคับใช้กฎหมายเอง ในเมื่อกฎหมายกฎกระทรวงมาบังคับใช้แล้วเจ้าหน้าที่ก็มีหน้าที่จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย และได้มีการพูดคุยกับทางนายกสมาคมว่าคงจะมีการอะลุ่มอล่วยในช่วงระหว่างเพิ่งเริ่มบังคับใช้กฎหมายไปสักพักนึงก่อนแต่ยังไม่ถึงขั้นเข้มงวดกวดขัน
หลังได้รับหนังสือจากทางสมาคมประมงจังหวัด ก็จะรีบยื่นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรวบรวมประเด็นปัญหาเพื่อนำเสนอผู้มีอำนาจก็คือกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งกรรมการประมงระดับจังหวัดอีกครั้งก็จะได้พิจารณาร่วมกันในการแก้ปัญหาระยะยาว ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดยังได้กำชับให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาซึ่งได้มีการลงนามแล้วเพื่อให้ชุดนี้เป็นชุดทำงานแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะ
พร้อมฝากพ่อแม่พี่น้องชาวประมงพื้นบ้านหากจะมีการปิดเส้นทางก็อาจจะมีผลกระทบต่อพี่น้องอาชีพอื่นไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือว่าทัวร์ ซึ่งไม่ได้เดือดร้อนเฉพาะชาวประมง ภาพรวมเดือดร้อนทั้งจังหวัดและไม่เป็นผลดีต่อใคร
หลังรองผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าพูดคุยกับชาวประมงพื้นบ้านที่มารวมตัวชุมนุมหน้าสำนักงานสมาคมประมงจังหวัดนั้น กลับไม่เป็นที่พอใจมากนัก ซึ่งจะมีการนัดพูดคุยและหาบทสรุปในกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านกันอีกครั้งว่าจะขับเคลื่อนอย่างใดต่อไป โดยวันนี้ได้ยกเลิกการปิดคลองปากบาราเส้นทางเศรษฐกิจไปก่อน