ลูกชายสุดสลด! ฝากศพแม่ไว้กับโกดังมูลนิธิ 5ปีมาดู ศพพร้อมโลงจำปาหายปริศนา!
กาญจนบุรี ศพแม่เฒ่าวัย 88 หายพร้อมโลงจำปาในสุสานมูลนิธิ หลังเสียชีวิตเมือปี 57 ลูกๆ ชาย-หญิงรวม 8 คน นำศพผู้เป็นแม่ไปฝากไว้ในโกดังเก็บศพมูลนิธิตระกูล ตระกูลหนึ่ง เพราะธรรมเนียมคนจีนโบราณดูฤกษ์ ไม่มีวันฝัง หรือทำพิธิทางศาสนาตามความเชื่อได้ มาปี 62 ลูกๆ ไปดูวันฝังศพ พระบอกมีฤกษ์ฝังได้ปีนี้เตรียมนิมนต์พระพร้อมจ้างคนหามโลงไปติดต่อทางสุสานของมูลนิธิ แจ้งความประสงค์จะขอนำศพในโกดังไปทำพิธีบรรจุในฮวงจุ้ย แต่แล้วก็พบว่า ศพหญิงชราที่ใส่โลงจำปาสีดำ ตั้งอยู่ภายในโกดังเก็บศพใส่กุญแจ นาน 5 ปี อันตธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เวลา 11.00 น.ของวันที่ 30 ส.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่สุสานของมูลนิธิแห่งหนึ่งตั้งอยู่หมู่ที่ 8 บ้านหนองไร่ ต.ตะค้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี
เพื่อสอบถามในเรื่องที่มีข่าวว่า ศพใส่โลงจำปาที่ฝากไว้ในโกดังของสุสานมูลนิธิฯ นาน 5 ปี ได้อันตธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย พบว่า
ภายในที่ทำการของมูลนิธิฯ กำลังทำพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษตามธรรมเนียมจีนโบราณ รวมทั้งมีการเรียกประชุมคณะกรรมการชุดใหม่ที่หมดวาระลงในระยะเวลา 5 ปี และสมาชิกเพื่อชี้แจงงบราย รับรายจ่ายประจำปี
ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายศวีระ พฤษาอุดมชัย อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83 หมู่ 4 ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีอาชีพขายของโชห่วยว่า "สาเหตุที่ตนและพี่ๆ น้องรวม 8 คน เดินทางมาที่สุสานของมูลนิธิแห่งนี้ เนื่องจากเมื่อปี พ.ศ.2557 นางซูเอ็ง แซ่อึ้ง อายุ 88 ปี มารดาได้เสียชีวิตลงด้วยวัยชรา จึงได้นำศพใส่โรงจำปา เตรียมทำพิธีสวดพระอภิธรรมศพ และนำศพมาฝังไว้ในสุสานของมูลนิธิฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ซื้อที่ดินทำฮวงจุ้ยฝังศพบิดาไปแล้วครั้งหนึ่ง
แต่ในปี พ.ศ.2557 ตนและพี่ๆ น้องๆ ไปดูวันเวลาและฤกษ์ฝังศพ พระท่านบอกว่า ปี พ.ศ.2557 ไม่มีฤกษ์ฝังศพ ตามความเชื่อถือของคนจีน ถ้าหากนำศพไปฝังปีนั้น จะไม่ดีต่อลูกหลาน ตนพร้อมด้วยพี่ๆ น้องๆ และญาติจึงปรึกษากันและมีความเห็นว่า ให้นำศพมารดาไปฝากไว้ในโกดังของมูลนิธิฯ ช่องที่ 5 เป็นเวลา 5 ปี แล้วจึงค่อยนำศพมาฝังตามพิธีทางศาสนาของคนจีน โดยจ่ายเงินค่าเช่าพื้นที่ฝากศพจำนวน 3,000 บาท และค่าบำรุงดูแลรักษาหลุมฝังศพอีกปีละ 3,000 บาท
ต่อมาเมื่อวันที่ 26 ส.ค.62 ตนและพี่ๆ น้องๆ รวม 8 คนได้เดินทางมาที่โกดังเก็บโลงศพของมารดา แจ้งความประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ ซึ่งเป็นผู้ถือกุญแจโกดัง ว่าจะขอนำศพของมารดาที่ฝากไว้ในโกดังออกมาทำพิธีฝังในวันที่ 27 ส.ค.62
แต่ก็ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลว่า ช่องหมายเลขที่ 5 ภายในโกดังว่างเปล่า ไม่มีศพแล้ว ตนอละพี่ๆ น้องๆ บอกจะไม่มีได้อย่างไร เมื่อขอกุญแจโกดังเพื่อเปิดดู ก็ได้รับการปฎิเสธ อ้างว่ามันใกล้มืดแล้ว
ตนและพี่น้องจึงเดินทางกลับบ้าน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 27 ส.ค.62 ที่ผ่านมาตน และพี่ชาย กับน้องๆ อีก 6 คนได้ไปนิมนต์เจ้าอาวาสวัดถาวรวราราม(วัดญวน) และว่าจ้างคนงานมาช่วยกันยกโลงศพในโกดังด้านหลังที่ทำการมูลนิธิฯ เพื่อไปทำพิธีฝังศพที่สุสาน ภายในโกดังที่เก็บศพนั้น ช่องหมายเลข 5 นั้นว่างเปล่า ไม่มีศพของมารดา จึงสอบถามคนถึอกุญแจโกดังเก็บศพ ก็พูดจาบ่ายเบี่ยงอ้างว่าไม่รู่ไม่เห็นว่า ใครเป็นคยเอาศพไป
จึงปรึกษาพี่ๆ น้องๆ เดินทางเข้าแจ้งความตำรวจ แต่ทางพนักงานสอบสวน สภ.ท่ามะกา บอกว่าตอนนี้ทำได้เพียงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ส่วนจะร้องทุกข์กล่าวโทษต้องให้ประธานมูลนิธิฯ เป็นคนมาแจ้งความ เนื่องจากเป็นเจ้าของสถานที่"
นายศวีระ ยังกล่าวต่ออีกว่า ใครไม่เป็นตน ไม่รู้หรอกว่า มันเสียความรู้สึกขนาดไหนที่ศพมารดาหายไปอย่างไร้ร่องรอยแบบนี้ สอบถามก็พยายามพูดจาบ่ายเบี่ยงหาข้อมูลไม่ได้ว่า การที่ศพหายเกิดจากสาเหตุอะไร ไม่เป็นศพพ่อแม่ หรือบรรพบุรุษใครไม่รู้
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการ และสมาชิกแล้ว นายศวีระ พร้อมด้วยพี่น้องทั้ง 8 คน ได้นัดเจรจาเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยทางประธานและกรรมการของมูลนิธิฯ ได้เจรจากัน โดยในส่วนของทางมูลนิธิฯ จะเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับตำรวจ ส่วนเรื่องการติดตามตรวจสอบกรณีศพหายไปจากโกดังเก็บศพคาดว่า คงเกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว เป็นกรรมการชุดเก่า บางคนหมดวาระ บางคนเสียชีวิตไปแล้วก็มี โดยประธานและกรรมการชุดใหม่ขอเวลา 2 อาทิตย์ แล้วจะนัดหมายมาพูดคุยว่า จะเอาอย่างไรต่อไป ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ขออนุญาตสัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีศพหาย แต่ก็ได้รับการปฎิเสธอ้างว่า ไม่สะดวกหิวข้าว จากนั้นก็เดินจากไป