พบหลักฐานใหม่!! แจ็คเก็ตเปื้อนเลือดในป่า ปมฆ่าพนักงานปั๊ม
วันที่ 3 ม.ค.67 พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผกก.สภ.เมืองนครพนม พร้อมทีมตำรวจชุดสืบสวน นครพนม รวมถึงชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ประสานกองพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมหาหลักฐานวิถีกระสุน ในพื้นที่ปั๊มน้ำมัน ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จ.นครพนม รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง พื้นที่เกิดเหตุคนยร้ายฆ่าโหดจ่อยิง 2 พนักงานปั๊มน้ำมัน เสียชีวิต คือ นายพรมจัก หรือเซล อายุ 33 ปี พนักงานชาวลาว รวมถึง นางสาววิชชุดา หรือนัน ม่ายสาววัย 50 ปี ชาวบ้านดอนม่วง หมู่ 9 ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จ.นครพนม แต่ไม่พบหลักฐานสำคัญ ปลอกกระสุนปืน รวมถึงไม่มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิด เนื่องจาก เสียทั้ง 13 ตัว ทำให้คนร้ายหนีลอยนวล และยังไม่พบเบาะแสสำคัญ ล่าสุดวันนี้ทางตำรวจพบหลักฐาน ใหม่ เสื้อแจ็คเก็ต สีดำ มีรอยเปื้อนเลือด ทิ้งในป่า ฝั่งตรงข้ามถนนหน้าปั๊มน้ำมัน ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร เชื่อว่าอาจเป็นคนของร้ายที่ก่อเหตุ และทิ้งระหว่างหลบหนี จึงได้นำไปตรวจชันสูตร เทียบเคียงผลชันสูตรของสถาบันนิติเวช เพื่อเปรียบเทียบรอยนิ้วมือแฝง ของผู้ต้องสงสัย ทั้ง 3 ราย ที่มีการติดต่อกับ พนักงานม่ายสาว ก่อนตาย และมี 1 ในผู้ต้องสงสัย เป็นอดีตนากการเมืองท้องถิ่น
ความคืบหน้าล่าสุด จากการตรวจสอบข้อมูลจากทางตำรวจทีมสืบสวน ยังไม่สามารถที่จะชี้ปมการก่อเหตุได้ เนื่องจากไม่มีภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิด รวมถึง ผู้ตายทั้ง 2 คน ไม่มีประวัติเกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งกับใคร และไม่มีหลักฐานในการเชื่อมโยงประเด็นชู้สาว แต่ทางตำรวจได้เร่งสอบสวนทุกประเด็น แม้กระทั่งมีการตรวจสอบ เส้นทางการทำธุรกิจของเจ้าของปั๊มน้ำมัน เพราะมีการเชื่อมโยงไปถึงชาวลาว เพราะมีภรรยาเป็นชาวลาว รวมถึงพนักงานชายที่เสียชีวิต ยังเป็นชาวลาว และเป็นญาติทางภรรยา ที่อาจจะเชื่อมโยงไปถึงการขัดแย้งธุรกิจข้ามชาติ นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตข้อพิรุธของเจ้าของปั๊ม เนื่องจากกล้องวงจรปิดไม่สามารถใช้งานได้ ทั้ง 13 ตัว ทั้งที่เป็นปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ ที่จะต้องมีการวางมาตรการตรวจสอบป้องกันดูแลความปลอดภัยสูง เพราะอ้างว่ามียอดขายวันละ 1 -2 แสนบาท ที่จะเป็นอีกประเด็นสำคัญที่จะต้องสอบสวนเส้นทางการทำธุรกิจของเจ้าของปั๊มน้ำมัน เพื่อหาปมสาเหตุการฆาตกรรม เกี่ยวกับปัญหาชู้สาว และขัดแย้งธุรกิจผิดกฎหมาย ที่สำคัญยังเป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ แก่ประชาชน ในพื้นที่ เพราะลักษณะการฆาตกรรม ถือว่าโหดเหี้ยม จากการตรวจชันสูตรสภาพศพผู้เสียชีวิต ทั้ง 2 ราย สันนิษฐานเบื้องต้น คนร้ายอาจจะใช้อาวุธสงครามในการก่อเหตุ อย่างไรก็ตามตำรวจยังเร่งสืบสวนสอบสวน หาเบาะแส เพื่อล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
ขณะเดียวกันในส่วนของการบำเพ็ญกุศล ได้มีญาติพี่น้องบุคคลใกล้ชิด ต่างไปร่วมแสดงความเสียใจ ในการตั้งศพบำเพ็ญกุศลศพของ นายพรมจัก หรือเซล อายุ 33 ปี พนักงานชาวลาว ที่วัดโคกเกลี้ยง บ้านโคกทรายคำ หมู่ 8 ต.นาทราย อ.เมืองนครพนม รอการฌาปนกิจศพในวันที่ 4 มกราคม 2567 ส่วนศพของ นางสาววิชชุดา หรือนัน พนักงานม่ายสาววัย 50 ปี ยังเก็บรักษาที่ห้องดับจิตโรงพยาบาลนครพนม รอญาติเตรียมความพร้อมนำไปตั้งบำเพ็ญกุศล ตามประเพณี
นางตุ่นคำ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี พ่อแม่ของนายเซล พนักงานหนุ่มชาวลาว เปิดเผยว่า ครอบครัวตนเป็นคนเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซย สปป.ลาว มีลูกทั้งหมด 3 คน นายเซล เป็นคนโต อีกสองคนเป็นลูกแฝดหญิง คือนางนาง และนางน้อย อายุ 32 ปี โดยลูกสาวฝาแฝดข้ามมาอยู่ฝั่งนครพนมตั้งแต่อายุประมาณ 12 ปี เคยเป็นลูกจ้างร้านลาบก้อย กระทั่งมีสามีเป็นคนไทยทั้งคู่ ส่วนนายเซล มาเป็นพนักงานปั๊มน้ำมัน โดยมีความเชื่อมโยงเป็นหลานภรรยาเจ้าของปั๊ม ทำงานได้ปีเศษ ยอมรับว่าไม่ทราบสาเหตุ ขณะอยู่ที่ฝั่ง สปป.ลาว ลาวลูกชายไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใคร ยืนยันไม่เคยมีปัญหากับใคร มีภรรยาเป็นชาว สปป.ลาว มีลูกชาย 1 คน อายุ 2 ขวบ ไม่เชื่อว่าจะมีปัญหาชู้สาว อยากให้ตำรวจจับคนร้ายให้เร็วที่สุด ตนอยากรู้เหมือนกันว่า โกรธแค้นลูกชายอะไรนักหนาถึงฆ่าได้โหดเหี้ยมขนาดนี้