ไทย-เขมร ติดใจรสชาติน้ำปลาร้า ร้านส้มตำทะเลแซ่บนัว แม่ค้าวัย 50 หลังย่ำแย่ ทุนหมดลูกค้าหาย หันมาตำดู ยอดขายกลับปัง พลิกชีวิต
สุรินทร์ ไทย-เขมร ติดใจรสชาติน้ำปลาร้า ร้านส้มตำทะเลแซ่บนัว แม่ค้าวัย 50 ปี พลิกวิกฤติเป็นโอกาส หลังเศรษฐกิจย่ำแย่ และโควิดกระทบ ทำให้ทุนหมดลูกค้าหาย หันมาลองผิดลองถูกตำส้มตำดู ยอดขายกลับปัง ชีวิตฟืนตัว ฟันกำไรวันละ 2 พันบาท ปลาร้าแซ่บนัวอร่อย อีกด้วย
วันนี้ วันที่ 5 ต.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงอาชีพทำมาหากินที่สุจริต ในสภาพปัจจุบันที่เศรษฐกิจฝืดเคือง ประชาชนต่างได้รับผลกระทบไม่แตกต่างกัน และต่างพยายามหาทางทำมาค้าขาย เพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้นและเพื่อหารายได้มาเลี้ยงชีพและจุนเจือครอบครัวแตกต่างกันไปต่างๆนาๆแล้วแต่ว่าใครจะถนัดอาชีพไหน
ขณะที่นางศิริภา บูรณ์เจริญ อายุ 50 ปี เจ้าของร้านส้มตำทะเลแซ่บนัว By เจ้นาง ตั้งอยู่ตรงข้ามตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสินปากทางเข้าตลาดการค้าชายแดนช่องจอม บ.ด่าน ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจที่ตกต่ำ และพิษของสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ยิ่งตอกย้ำให้การทำมาค้าขายโดยเฉพาะร้านขายส่งสินค้าร้านโชว์ห่วยของตนเองได้รับผลกระทบ แทบจะไม่มีลูกค้า
และการค้าขายฝืดเฝืองอย่างเห็นได้ชัดมาหลายปี ทำให้ทุนเริ่มหมดและลูกค้าหาย แต่ก็พยายามคิดหาหนทางที่จะทำมาค้าขายอะไรที่พอจะสามารถช่วยประคับประคองร้านและชีวิตให้ได้ไปต่อ เพราะต้องมีหลานสาววัยเรียนและพ่อแม่ที่แก่เฒ่าที่ต้องคอยดูแล จนลองมาต่อเติมร้านขายส้มตำข้างร้านขายของของตนเองดู เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา พร้อมกับทดลองปรุงน้ำปลาร้า ในแบบฉบับที่ตนเองชอบกิน จึงได้สูตรน้ำปลาร้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ มีรสชาติอร่อย จึงได้ลองขายส้มตำดู ผลปรากฏว่า ลูกค้ากลับติดใจในรสชาติของน้ำปลาร้าสูตรดังกล่าว จนทำให้ขายดี มีลูกค้าทั้งชาวไทยในพื้นที่และชาวกัมพูชาที่แวะเวียนมาซื้อไปรับประทานตลอดทั้งวันจนค่ำ สามารถขายได้วันละไม่ต่ำกว่า 20-30 ครกขึ้นไป ในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ครกละ 50-60 บาท ไปจนถึง 100 และ 150 บาท ต่อครก อาทิ ตำปูปลาร้า 50 บาท,ตำไทย 50 บาท,ตำโคราช 50 บาท,ตำหอยดอง 50 บาท,ตำปลาร้าใส่หอย 60 บาท,ตำซั่วใส่แค๊ปหมู 50 บาท,ตำป่า 60 บาท,ตำปูม้า 100 บาท,ตำตีนไก่ 100 บาท,ตำซั่วข้าวโพดกุ้งสด 100 บาท,ตำทะเลกุ้งสด 100 บาท,ตำป่ากุ้งสด 100 บาท และตำแซลม่อน 150 บาท สามารถสร้างรายได้ทำกำไรหลังจากหักต้นทุนออกแล้ว วันละไม่ต่ำกว่า 1,500-2,000 บาทขึ้นไป ถือว่าเป็นการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส และทำให้ชีวิตการทำมาค้าขายที่เคยมืดมน ได้ฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้งเพราะส้มตำน้ำปลาร้าแซ่บนัว
และที่สำคัญ นอกจากรสชาติที่อร่อยแซ่บนัวของน้ำปลาร้าดังกล่าวแล้ว เจ้นาง ยังใส่ใจในเรื่องของวัตถุดิบต่างๆที่ต้องสะอาด มีการล้างทำความสะอาดก่อนเก็บเครื่องปรุงวัตถุดิบต่างๆเป็นสัดส่วน โดยเฉพาะอาหารทะเลและปูม้าต่างๆที่ใช้ตำ ก็ต้องนำไปล้างใช้แปรงสีฟันใหม่ ในการล้างขัดถูให้คราบต่างๆออกสะอาดอย่างหมดจด ก่อนจะนำมาปรุงให้ลูกค้าได้รับประทาน อีกทั้งยังไม่ขี้เหนียวเครื่องปรุงและวัตถุดิบ ปริมาณส้มตำจึงได้มาก ทำให้ลูกค้าติดใจทั้งรสชาติ ปริมาณ และความสะอาด จึงทำให้มีลูกค้าประจำติดใจแวะซื้อทุกวันดังกล่าว โดยเฉพาะลูกค้าชาวกัมพูชา ที่มีไม่น้อยกว่าชาวไทย นอกจากนี้ยังมีโต๊ะเก้าอี้ 2 ชุด ไว้บริการให้ลูกค้าได้นั่งทานที่ร้านอีกด้วย
ที่สำคัญนอกจากลูกค้าชาวไทยและกัมพูชาที่ติดใจในรสชาติแล้ว ยังเคยมีดารานักร้องนักแสดงชื่อดัง อย่างพี่”อี๊ด โปลางซะออน”หลังมาแสดงคอนเสิร์ตที่ อ.กาบเชิงแล้ว ในช่วงเช้า ก็เคยมานั่งทานส้มตำที่ร้านเจ้นางมาแล้วเมื่อ 3 เดือนก่อน โดยพี่อี๊ด โปงลางซะออน ยังออกปากชมอีกว่าน้ำปลาร้าร้านนี้มีรสชาตินัวอร่อย แต่ครั้งนั้นเจ้นางไม่ทันได้ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากลูกค้าต่อคิวแน่นร้าน
น.ส.ศิริภา บูรณ์เจริญ แม่ค้าขายส้มตำทะเลแซ่บนัว By เจ้นาง กล่าวว่า ตนเปิดร้านส้มตำตั้งแต่เดือน เม.ย.5 เดือนแล้ว หลังเศรษฐกิจแย่ โควิดกระทบ เลยลองมาขายส้มตำดู โดยปรุงสูตรน้ำปลาร้าด้วยตนเอง พอมาลองขายก็ขายดี ลูกค้าเริ่มติดรสชาติน้ำปลาร้า ตนลองปรุงคิดสูตรเอง ชิมเอง ลูกค้ามีทั้งชาวไทยและกัมพูชา ไม่คิดว่าจะขายดีขนาดนี้ ตอนนั้นมืดมนหนทาง ทุนก็หมด ลูกค้าร้านโชว์ห่วยหาย ตอนนี้ขายส้มตำวันหนึ่งๆเคยขายเยอะสุด 30 กว่าครก มีหลายราคาตั้งแต่ 50-60 ,100 และ 150 บาท ต่อครก อี๊ดโปงลางซะออน ก็เคยมาทานสามเดือนก่อน หลังจากมาแสดงคตอนเสิร์ตที่ อ.กาบเชิง ช่วงเช้าเลยแวะมาทาน เขาบอกว่าปลาร้านัวอร่อย นอกจากนี้ ยังมีลูกค้าจากต่างจังหวัดมาเที่ยวกับรถทัวร์เคยมากิน วันหลังกลับมาพาครอบครัวมากินอีกก็มี ส่วนวัตถุดิบต้องสะอาด โดยเฉพาะปูม้า ตนเอาแปรงสีฟันใหม่ ขัดถูล้างคราบจนสะอาด ถึงจะนำมาตำ วัตถุดิบต่างๆก็ต้องสะอาด ลูกค้าจึงเชื่อมั่น และปริมาณที่ตนให้ก็มากด้วย ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนที่ผ่านไปมา ให้ลองมาแวะชิมส้มตำร้านของตนดูได้ อยู่ตรงข้ามตู้เอทีเอ็มออมสิน ปากทางเข้าตลาดชายแดนช่องจอม
ขณะที่ น.ส.อศัลยา สร้อยจิตร อายุ 25 ปี ลูกค้าชาวบ้านตะเคียน ต.ตะเคียน อ.กาบเชิง กล่าวว่า รสชาติน้ำปลาร้าร้านสนี้นัวมาก อร่อยมาก ตนติดใจในรสชาติ และก็เป็นลูกค้าประจำ ขอเชิญชวนให้ลองมาทานดูรับรองติดใจ