รองผวจ.สุราษฎร์ฯลงพื้นที่ตรวจสินค้าไข่ไก่ ไข่เป็ดและเนื้อหมู สั่งห้ามกักตุนสินค้าหรือฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า
รองผวจ.สุราษฎร์ธานีลงพื้นที่ตรวจสินค้าไข่ไก่ ไข่เป็ดและเนื้อหมูห้ามกักตุนสินค้าหรือฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและให้ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าอย่างชัดเจน
วันนี้(๓๐มี.ค.๖๓) ณ บริเวณตลาดสดเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายธีระ อนันตเสรีวิทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปศุสัตว์จังหวัดสุราษฎร์ธานี อุตสาหกรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี และคณะ ลงพื้นที่บริเวณตลาดสดเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจสินค้าไข่ไก่ ไข่เป็ด และเนื้อหมู และเตือนผู้ประกอบการห้ามกักตุนสินค้าหรือฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการและให้ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการด้วยสถานการณ์ปัจจุบันพบว่ามีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID--19) ขยายออกไปในวงกว้างรัฐบาลได้มีนโยบายและมาตรการต่างๆเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าวประกอบกับประชาชนป้องกันตัวเองโดยการเก็บตัวอยู่ภายในที่อยู่อาศัยของตนไม่ออกไปตามร้านค้าต่าง ๆ ทำให้เกิดการซื้อสินค้าเก็บไว้เพื่อบริโภคเป็นจำนวนมากกว่าปกติเพื่อเป็นการกำกับดูแลให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการและป้องปรามมิให้ผู้ประกอบการค้าฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าจากสถานการณ์ดังกล่าวโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรจนทำให้ผู้บริโภคประสบความเดือดร้อน
ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีแจ้งผู้ประกอบการค้าปฏิบัติดังนี้๑.ให้จำหน่ายสินค้าในราคาที่เป็นธรรมและแสดงราคาจำหน่ายปลีกในลักษณะที่เห็นได้ชัดเจนเปิดเผยสามารถอ่านได้โดยง่ายหากผู้ประกอบการรายใดฝ่าฝืนจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๒๘ ประกอบกับมาตรา ๔๐ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ๒.ห้ามฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคด้วยการกักตุนสินค้าหรือปฏิเสธการจำหน่ายสินค้าหรือขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหากผู้ประกอบการรายใดฝ่าฝืนจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒๙ และมาตรา ๓๐ ประกอบกับมาตรา ๔๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ๓. ห้ามจำหน่ายสินค้าหรือบริการควบคุมในราคาสูงกว่าราคาที่กำหนดหากผู้ประกอบการรายใดฝ่าฝืนจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒๕ (๑) ประกอบกับมาตรา ๓๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับทั้งนี้หากประชาชนผู้บริโภคไม่ได้รับความเป็นธรรมทางด้านการค้าการกักตุนสินค้าและบริการหรือได้รับความเดือดร้อนจากการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการหรือถูกปฏิเสธการจำหน่ายสินค้าสามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานีโทรศัพท์หมายเลข ๐๗๗๒๗๓๔๔๒ / สายด่วน๑๕๖๙ และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีโทรศัพท์หมายเลข o๗๗๒๐๖๖๘๓ สายด่วน ๑๕๖๗.