มือปืนควงลูกซองถล่มยิงรถหนุ่มบริษัทค่ายน้ำมันดังพรุน

ภูมิภาค5 ก.ค. 2565 • 12:08 น.
มือปืนควงลูกซองถล่มยิงรถหนุ่มบริษัทค่ายน้ำมันดังพรุน

 

  เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 5 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายธีรพันธ์ (สงวนนามสกุล)​อายุ 34 ปี พนักงานบริษัท ค่ายน้ำมันชื่อดัง ว่า เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิง รถยนต์ยี้ห้อ โตโยต้า ยาริส สีขาว หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหายยับเยิน เหตุเกิดที่บริเวณด้านหน้าการประปาส่วนภูมิภาค สาขาพัทยา ชั้นพิเศษ ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังเกิดเหตุได้แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง แล้ว แต่ยังคงอยู่ในความวิตกกังวล เกรงว่าคนร้ายจะกลับมาก่อเหตุซ้ำ 
 

  โดย นายธีรพันธ์ เปิดเผยว่า เรื่องราวบานปลายตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ขณะ ตนเองมาตามหาแฟนสาวที่นั่งดื่มสังสรรค์ อยู่กับกลุ่มเพื่อนภายในที่ทำการปะปา ประมาณ 6-7 คน แต่เกิดมีปากเสียงกันขึ้น ตัวแฟนสาวก็ไม่ยอมกลับ ตนเองจึงแยกตัวกลับก่อนเนื่องจากมีการโทรศัพท์ แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ มาตรวจสอบ จนช่วงดึกตนเองได้โทรศัพท์มาหาแฟนสาว หวังง้อขอคืนดีก่อนจะได้พูดคุยกับผู้ชาย ซึ่งตนเองก็ไม่รู้จักและได้มีปากเสียงท้าทายกันเกิดขึ้น ฝ่ายคู่กรณียังยกพวกบุกมาถึงบ้าน ตนเองยอมรับว่าได้ใช้อาวุธมีดวิ่งไล่แทงจนแยกย้ายไป จนกระทั่งช่วงเวลาที่เกิดเหตุคือ เวลาประมาณ 04.30 น. ตนเองได้ขับรถมาจอดฝั่งตรงข้ามกับที่ทำการประปาพัทยา หวังยืนรอแฟนสาวที่ยังไม่กลับบ้านอีกครั้ง ไม่นานก็มีรถยนต์มาจอด โดยมือปืนได้ชักปืนลูกซองยาว ขึ้นลำแล้วยิงใส่เข้ามาที่รถ ตนเองรีบวิ่งหนีหาที่กำบัง กลุ่มมือปืนยังไม่หนำใจสะพายปืนเข้ามาจ่อยิงที่ตัวรถอย่างป่าเถือนอีกหลายนัด ก่อนแยกย้ายหลบหนีไป
   

ภายหลังเกิดเหตุ ได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งตนเองไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ส่วนตัวรถนั้นถูกคมกระสุนเจาะเป็นรูขนาดใหญ่ ประมาณ 3 นิ้ว ทั้งที่ประตูฝั่งคนขับและกระจก ตามประตูและตัวรถยังพบร่องรอยของคมกระสุนอีกเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เคลื่อนย้ายรถมาไว้ที่ สภ.บางละมุง เพื่อตรวจสอบหาวิถีกระสุน 
     

ต่อมา พ.ต.อ.นาวิน สินธุรัตน์ ผกก.สภ.บางละมุง ทราบเรื่องได้เร่งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่หาข่าว พร้อมเก็บหลักฐานประกอบสำนวนคดี ส่วนปมเหตุนั้นคาดว่า เป็นเรื่องการเขม่นกัน แต่ยังคงไม่ตัดประเด็นเรื่องชู้สาว และประเด็นอื่นออกไป ซึ่งจะต้องสอบสวนอีกครั้ง เชื่อว่าไม่นานจะได้ตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมาย