บิ๊กโจ๊ก  ลงดาบนายก อบต.เซ่นเกาะหลีเป๊ะ   2 ข้อหา  ฐานบุกรุก และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ 

ภูมิภาค17 มี.ค. 2566 • 14:44 น.
บิ๊กโจ๊ก  ลงดาบนายก อบต.เซ่นเกาะหลีเป๊ะ   2 ข้อหา  ฐานบุกรุก และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ 

 

วันที่ 17 มีนาคม 2566  พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์   หักพาล  ประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายและแก้ไขข้อพิพาทที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเลเกาะหลีเป๊ะจังหวัดสตูล  ขึ้นที่ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติ  ตำรวจภูธรจังหวัดสตูล 

พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์   หักพาล  ประธานที่ประชุม  กล่าวว่าวันนี้ ลงมาติดตามปัญหา 2-3 เรื่องด้วยกัน เรื่องหลักคือเรื่องที่ดินทำกินและการแก้ไขปัญหาบนเกาะหลีเป๊ะทั้งหมด พบการบุกรุกที่ดินในแปลงที่ 11 ของกรมอุทยานแห่งชาติ โดยอ้างอิงจากแผนที่ปีพุทธศักราช 2493 เรื่อยมา ทางกรมที่ดินจะตั้งมาตรการมาตรา 61 เพื่อดำเนินการเพิกถอน โดยจะรายงานฐานข้อมูลจากแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ จากการรังวัดและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่กรมอุทยานแห่งชาติและกรมสอบสวนคดีพิเศษทำเอาไว้  พร้อมทั้งคำพิพากษาศาลฎีกา  วันนี้จะดำเนินการเร่งรัดพิจารณาเพิกถอนแปลง 11 ทั้งหมดซึ่งเป็นแปลงที่มีปัญหาอยู่

เรื่องที่ 2 สำหรับการที่มีการสร้างรั้วต่างๆ ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถลงสู่ทะเลได้ เด็กนักเรียนไม่สามารถเดินทางผ่านไปได้  ถือว่าเป็นความผิดที่มีการก่อสร้างอาคารโดยไม่ขออนุญาต ซึ่งเป็นความผิดตาม พรบ.อาคาร  เป็นหน้าที่ของท้องถิ่น และ 2 เรื่องของโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาต และไม่มีพรบ. อาคารที่มีการก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต  เดิมมีการหลีกเลี่ยงโดยสร้างเป็นที่อยู่อาศัยแล้วก็มาเป็นโรงแรมเพื่อทำธุรกิจ ในส่วนของตำรวจได้รับการร้องทุกข์ไปแล้ว  โดยวันศุกร์หน้าจะลงมาประชุมอีกครั้ง   โดยสั่งการไปแล้วทั้งปลัดอบตและปลัดอำเภอ จะต้องดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษทั้งหมด ต้องดำเนินการรื้อถอนในส่วนของการก่อสร้างที่ไม่มีใบอนุญาตตามพรบ. อาคาร

และได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา นายกอบต.ไปแล้ว 2 ข้อหา ต่างกรรมต่างวาระ 2 คดี คือมีความผิดฐานบุกรุกที่ดินของกรมอุทยานแห่งชาติและจะแจ้งข้อกล่าวหาฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ 157    มีหนังสือจากตำรวจภูธรจังหวัดสตูลให้มาร้องทุกข์กล่าวโทษ กรณีมีสิ่งปลูกสร้างโดยไม่ขออนุญาต   ทางนายกอบต.เกาะสาหร่ายไม่ยอมมาถึงแม้จะมีหนังสือแจ้งไปถึง 5 ครั้ง  ถึงแม้จะมาหรือเพิ่งมาก็ตามก็ถือว่ามีความผิดเกิดแล้ว  วันนี้ทุกส่วนต้องทำหน้าที่ ถ้าส่วนไหนไม่ทำหน้าที่ถือมีความผิดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ 157 ตอนนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว ซึ่งในส่วนของฐานความผิด 157 จะแจ้งความในอาทิตย์หน้า หลังจากนั้นทางจังหวัดก็จะตั้งคณะกรรมการ  และคงดำเนินการมาตราการให้พักการทำหน้าที่

ส่วนเรื่องของเรือ ที่มีการจับกุมไป 27 ลำ  ได้พูดคุยกับเจ้าของและผู้ประกอบการ ตัวแทน ได้อธิบายว่าเมื่อถูกจับแล้วก็ต้องดำเนินคดีไป  ในส่วนของการทำมาหากินก็เห็นใจ  เพราะไม่สามารถทำมาหากินได้ได้แนะนำคณะกรรมการประมงจังหวัด จะมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน  เพราะการประกาศหน้าน้ำออกไปเป็นอำนาจ ของคณะกรรมการประมงจังหวัด  โดยมีการหารือเนื่องจากมีกฎหมายทับซ้อนกันระหว่างกฎหมายประมงและอุทยาน หารือเพื่อหาโซนพื้นที่ให้ชาวประมงชุดนี้ที่เดือดร้อนได้ทำมาหากิน ก็จะจบในการแก้ปัญหา  เพราะเขาไม่สามารถออกไปหากิน 12 ไมล์ทะเลได้เนื่องจากเป็นเรือขนาดเล็กจะออกไปได้ก็เฉพาะ 1 ไมล์ทะเลเท่านั้น  หากไม่จับอาจมีการร้องเรียนได้ แต่หากมีประกาศของจังหวัดตำรวจก็ไม่ต้องไปดำเนินการได้  โดยมาตรการต่างๆเราจะใช้มาตรการบังคับใช้ทางกฎหมายนำ  และการพูดคุย เพื่อรักษาความสมดุลให้ได้ของการบังคับใช้กฎหมาย  ไปพร้อมกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ

เรื่องหลีเป๊ะไม่ใช่เรื่องที่หนักใจเพราะมีกรอบดำเนินการ  เชื่อว่าไม่มีใครที่จะมาสู้กับเอกสารของรัฐได้  เพราะจะยึดเอกสารของรัฐเป็นหลัก  เพื่อให้รับความเป็นธรรม

กรอบที่จะดำเนินการหลังจากนี้ไป...ในเรื่องของ 8 คดีศาลได้มีการบังคับแล้วกรมอุทยานจะประสานกับกรมบังคับคดีทำการปิดประกาศและรื้อถอน  ตัวที่สร้างติดกับโรงเรียนและล้อมรั้วโรงเรียนไว้ ตอนนี้ทางเอกชนมีการยื่นอุทธรณ์มา  ทางรองผู้ว่าจะพิจารณาคำอุทธรณ์ หากมีมติแล้วทำให้คำอุทธรณ์นั้นตกไป ส่วนนี้ต้องมีการรื้อถอน เหลือขั้นตอนอีกนิดหน่อยเท่านั้นเอง  ส่วนการดำเนินคดีอาญาตำรวจต้องทำทั้งหมด โรงแรมก็ต้องดำเนินคดีทั้งหมด  โดยจะไล่ต่อว่าใครคือเจ้าของ ไม่ใช่เจ้าของอยู่ต่างประเทศและเป็นนอมินี  และนอมินีไม่ได้เป็นเจ้าของเองเพียงแค่รับเงินอย่างเดียว  แล้วเงินโอนออกนอกประเทศ วันนี้ต้องทำให้คนไทยมีที่ยืน รายได้ต้องเข้าประเทศ โรงแรมต้องทำให้ถูกต้องโดนมาตรการภาษี  อาจจะนำไปสู่ความผิดฐานการฟอกเงิน