ชัยภูมิ ชาวทุ่งพระ บุกศาลากลาง ขอคัดค้านทำเหมืองแร่ในพื้นที่

ภูมิภาค29 พ.ย. 2566 • 09:22 น.
ชัยภูมิ ชาวทุ่งพระ บุกศาลากลาง ขอคัดค้านทำเหมืองแร่ในพื้นที่

ชัยภูมิชาวทุ่งพระบุกศาลากลางขอคัดค้านทำเหมืองแร่ในพื้นที่ พร้อมยื่นเรื่องผ่านผู้ว่าฯ-หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรีเศรษฐา-รัฐบาล การจะอนุญาตดำเนินโครงการขนาดใหญ่ช่วยคำนึงถึงชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงจะเกิดผลกระทบวิถีชีวิตคนในชุมชนใกล้เคียงตามมาอีกจำนวนมากด้วย!!

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 ได้มีตัวแทนชาวบ้านจาก 2 หมู่บ้าน ในพื้นที่หมู่บ้านหัวปลวกแหลม หมู่ที่ 5 และ บ้านสวนป่า หมู่ที่ 8 ตำบลทุ่งพระ อำเภอคอนสาร ชัยภูมิ กว่า 20 คน ได้เดินทางมามารวมกันเข้ายื่นหนังสือที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ และศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ เพื่อขอคัดค้าน ไม่ให้มีการอนุญาตออกใบประทานบัตรให้มีการเหมืองเร่โรงโม่หินในพื้นที่เขาป่าภูรวก ภูเขาหินปูนที่มีป่ายังคงความอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งกำเนิดน้ำผุดแหล่งท่องเที่ยวสำคัญใน อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ 

โดยมี นายสมบัติ  ไตรศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้เดินทางมารับเรื่อง พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยภูมิ และอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ  เพื่อรับเรื่องคัดค้านจากชาวบ้านและทำความเข้าใจพูดคุยกันอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมง ซึ่งตัวแทนชาวบ้านที่เดินทางมา นางทองปาน  เผยศิริ อายุ 68 ปี ตัวแทนชาวบ้านหมู่ 5 บ้านหัวปลวกแหลม และ นางตริยานันท์  ทองนาค ตัวแทนชาวบ้านหมู่ 8 บ้านสวนป่า ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ กล่าวเสนอข้อเรียกร้องของตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ผ่านผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ และหน่วยงานอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ ในพื้นที่ ว่า หลังที่มีการนำป้ายประการมาติดในพื้นที่เพื่อที่จะมีการขอดำเนินการมาตั้งทำเหมืองเร่โรงโม่หินในพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้น ซึ่งทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เกิดความตกใจเป็นกังวลตามมาเป็นจำนวนมาก ว่าจะมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนใน  2 หมู่บ้าน ตามมาอีกเป็นจำนวนมากได้ ที่ในพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งน้ำใต้ดินที่สำคัญต่อชีวิตของชาวบ้านเป็นจำนวนมาก การอยู่อาศัยในพื้นที่ที่คนกับป่าในพื้นที่อยู่ร่วมกับมานานได้มีอาชีพการเกษตร หาของป่าต่างๆมาเลี้ยงชีพได้เป็นอย่างดีมายาวนานจนตนเองอายุจะเข้า 70 ปี แล้ว ทั้งมีพืชสัตว์ป่าที่ควรอนุรักษ์อีกจำนวนมาก  และมีพื้นที่อยู่อาศัยของชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงอีกจำนวนมากกว่า 10 ตำบล 5 อำเภอ 3 รอยต่อจังหวัดของจังหวัดชัยภูมิอีกด้วย 

หลังได้มีการนำป้ายประกาศบริษัทแห่งหนึ่ง( ขอสงวนชื่อบริษัทดังกล่าว ไว้ก่อนด้วยนะครับ เพื่อให้บริษัท ศิลาชัยภูมิ ที่มีนักการเมืองชัยภูมิ อยู่เบื้องหลังในพื้นที่ ) ได้มีการยื่นขออนุญาตใช้พื้นที่จำนวนมากกว่า 250 ไร่ ในภูรวก เพื่อทำเหมืองแร่หินปูน เพื่อการก่อสร้าง  (โรงโม่หิน) อุตสาหกรรมที่จะส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อการดำรงชีวิต  ทรัพย์สิน พืชสวนไร่นา และทรัพยากรธรรมชาติ ที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งจะเป็นการทำลายวิถีชีวิตของลูกหลานชาวบ้านคนที่นี่ในอนาคตต่อไปได้ 

ครั้งนี้หลังชาวบ้านใน 2 หมู่บ้าน ทราบว่าจะมีการเข้ามาดำเนินการดังกล่าว จึงเดินทางมาขอยื่นเอกสารแสดงความคิดเห็นไปถึงผู้นำสูงสุดของจังหวัดชัยภูมิ ผ่านตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ไปถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมไปถึงรัฐบาลในครั้งนี้ด้วย เพื่อขอปกป้องผืนป่า ภูรวก ป่าต้นน้ำ ซึ่งหากมีอุตสาหกรรมโรงโม่หินที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จะมีผลกระทบคนในพื้นตามมาอีกจำนวนมากด้วย  

ก่อนที่ทาง นายสมบัติ ไตรศักดิ์ รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ จะกล่าวต่อกลุ่มตัวแทนชาวบ้านที่เดินทางมาครั้งนี้ว่า ในการเดินทางมายื่นเรื่องขอคัดค้านการประทานบัตรทำเหมืองแร่โรงโม่หิน ในพื้นที่ ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ซึ่งทางจังหวัดชัยภูมิ หลังได้รับเรื่องชาวบ้านแล้วก็จะส่งเรื่องไปที่กรรมการเหมืองแร่ ต่อไปว่ามีชาวบ้านในพื้นที่เกิดความวิตกกังวล ซึ่งในการเข้ามาดำเนินการครั้งนี้มีการเข้ามาขอประทานบัตรทำเหมืองเร่ในพื้นที่ ซึ่งในทางขบวนการนี้ทางจังหวัดชัยภูมิ ไม่มีอำนาจที่จะอนุญาตได้ แต่เมื่อมีความเห็นขอชาวบ้านในพื้นที่แจ้งมา ทางจังหวัดเองก็จะได้ส่งความคิดเห็นของชาวบ้านไปให้คณะกรรมการเหมืองแร่ ได้พิจารณาเพิ่มเติมอีกครั้ง ตามขั้นตอนการดำเนินที่ให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป

ก่อนที่ชาวบ้านในช่วงแรกที่เดินทางมา แจ้งว่าหากยังไม่ได้ความชัดเจนจากทางจังหวัดชัยภูมิ ผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะเตรียมเดินทางเพื่อยื่นหนังสือคัดค้านดังการในการขอออกประทานบัตรทำเหมืองแร่ในพื้นที่ต่อ นายเศรษฐา  ทวีสิน นายรัฐมนตรี ให้ช่วยเหลือต่อไป แต่หลังมีการได้มีการส่งตัวแทนทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่เบื้องต้น ก็พอเกิดความสบายใจขึ้นที่มีการรับเรื่องข้อเสนอคัดค้านดังกล่าวไป และพากันเดินทางกลับบ้าน เพื่อรอฟังความคืบหน้าในการที่ชาวบ้านทั้งหมดที่ยื่นเรื่องเสนอขอคัดค้านครั้งนี้ ว่าจะมีความคืบหน้าอย่างไรต่อไป