พบแล้วศพนักท่องเที่ยวเซ่นพายุงวงช้าง
เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวที่สูญหายจากเหตุพายุงวงช้างพัดถล่มเรืออัปปางกลางปากอ่าวบางตะบูนแล้ว 1 รายสภาพเสียชีวิตลอยอืด อีก 1 ราย ยังไร้ชะตากรรม อยู่ระหว่างการเร่งค้นหาต่อ ด้านกรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักทั่วทุกภาค ระวังน้ำป่าไหลหลาก
จากเหตุการณ์พายุงวงช้างพัดถล่มบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ต.บางตะบูน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี และพายุงวงช้างยังได้พัดถล่มเรือท่องเที่ยวล่มกลางปากอ่าวบางตะบูน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวที่โดยสารมากับเรือลำดังกล่าวได้สูญหายไป 7 คน เจ้าหน้าที่ได้เร่งช่วยเหลือขึ้นมาได้ 5 คน ยังคงสูญหายอีก 2 คน เป็นนักท่องเที่ยวรายแรกสวมเสื้อฮาวาย ส่วนรายที่สองใส่เสื้อสีดำ กางเกงยีนส์ โดยมีผู้บันทึกภาพพายุงวงช้างที่พัดถล่มเรือนักท่องเที่ยวได้อย่างชัดเจน สำหรับเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 12 ส.ค.66 ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด วันที่ 13 ส.ค.66 เวลา 09.55 น. ศูนย์รับแจ้งเหตุ ฉุกเฉิน 191 เพชรบุรี ได้รับแจ้งจากทีมเรือที่ค้นหาผู้สูญหาย เหตุพายุงวงช้างพัดถล่มเรือนักท่องเที่ยวล่มบริเวณปากอ่าวบางตะบูนว่า ได้พบร่างนักท่องเที่ยวผู้เสียชีวิตลอยอยู่กลางคลอง ใกล้กับสะพานปากอ่าวบางตะบูน พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย มีรอยสักด้านหลัง เจ้าหน้าที่พร้อมแพทย์เวร ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และได้ช่วยกันนำร่างของนักท่องเที่ยวที่เสียชีวิตรายนี้ขึ้นมา ก่อนนำส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุการณ์เสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาผู้สูญหายอีกหนึ่งคนอย่างเข้มข้น
วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่บริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ฉบับที่ 4 (220/2566) (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 13-15 ส.ค.66) ระบุว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับจะมีร่องมรสุมกำลังอ่อนพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ และประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน
ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคกลางและภาคใต้ฝั่งตะวันออก โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
สำหรับวันที่ 14-15 ส.ค. จังหวัดที่ควรเฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ภาคเหนือได้แก่ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำปาง อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้แก่ จ.เลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร และนครพนม ภาคตะวันออกได้แก่ จ.นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด ภาคใต้ได้แก่ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนล่าง ทะเลมีคลื่นสูง 12 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง