คืบหน้าวินมอไซค์ ถูกจับค้ามนุษย์ ศาลให้ประกันตัว 30,000 บาท พร้อมสวมกำไลอีเอ็มข้อเท้า

ภูมิภาค22 ธ.ค. 2565 • 19:12 น.
คืบหน้าวินมอไซค์ ถูกจับค้ามนุษย์ ศาลให้ประกันตัว 30,000 บาท พร้อมสวมกำไลอีเอ็มข้อเท้า

คืบหน้าวินมอไซค์ ถูกจับค้ามนุษย์ ศาลให้ประกันตัว 30,000 บาท พร้อมสวมกำไลอีเอ็มข้อเท้าทั้งผัว ทั้งเมีย ยืนยันความบริสุทธิ์ใจ พร้อมหาหลักฐานต่อสู้ในวันที่ 3 มกราคม 2566

(22 ธันวาคม 2565) ความคืบหน้า กรณีลุงวินมอเตอร์ไซค์ถูกจับในข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2565 ล่าสุดวันนี้นางจันทร์เพ็ญ (สงวนนามสกุล)​อายุ 41 ปี  ภรรยานายพยุง (สงวนนามสกุล)​ อายุ 50 ปี  ผู้ต้องหา ได้จ้างคนขับรถจากกรุงเทพมหานคร มายังศาลจังหวัดตราด  เพื่อเงินมาประกันตัวสามี ภายหลังตำรวจสภ.หนองบอน นำตัวส่งฟ้องศาลจังหวัดตราด

โดยในเวลา 16.30 น. หลังจากศาลให้ประกันตัวแล้ว นายพยุงเล่าเหตุการณ์กับผู้สื่อข่าวว่า  เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2565 ระหว่างที่กำลังทำงานอยู่ ก็ถูกตำรวจนำหมายจับเข้ากุมตัวและแจ้งข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ ซึ่งตอนนั้นตนเองก็ตกใจทำอะไรไม่ถูก พร้อมกับยันยันว่าตนเองไม่รู้เห็น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  กระทั่งถูกนำส่งมา สภ.หนองบอน อ.บ่อรไร่ จ.ตราด เมื่อถูกจับแล้ว ภรรยาตนเองพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อช่วยตนเองอย่างเต็มที่ ทั้งการหาเงินมาประกันตัว ติดต่อผู้สื่อข่าวร้องความเป็นธรรมให้กับตนเอง

นายพยุง กล่าวว่า ตนเองยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และหลังจากประกันตัวแล้ว จะต้องหาพยานหลักฐานมาต่อสู้คดีในชั้นศาลในวันที่ 3 มกราคม 2566 เพื่อยืนยันว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่า ตนเองไม่เคยเดินทางมายังจังหวัดตราดเลย รวมไปถึงจังหวัดปราจีนบุรีด้วย แต่วันนี้กับต้องถูกจับกุมดำเนินคดี ตนเองจึงขอร้องความเป็นธรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะตนเองถูกจับกุมจากการชี้ตัวของผู้ต้องหาอีกรายที่ชี้ว่าตนเองเป็นผู้ร่วมขบวนการ ซึ่งหลักฐานอย่างอื่นไม่มีเลย

นอกจากนี้ันายพยุง  ยังบอกว่า ตั้งแต่เกิดมาตนเองไม่ได้มีคดีก่อเหตุอาญชกรรมเลยแม้แต่คดีเดียว และคดีนี้เป็นคดีที่แรกที่ตนเองถูกจับกุม ขอยืนยันอีกครั้งว่าตนเองบริสุทธิ์ใจ ส่วนการสวมกำไลอีเอ็มนั้น ตนเองมีความกังวลว่า ชาวบ้านที่รู้จักตนเองจะมองว่า ตนเองเป็นผู้กระทำผิดจริงนั้น ต้องขอบอกว่า ตนเองไม่ได้กระทำผิดและขอให้เชื่อในความบริสุทธิ์ใจ

ด้านนางจันทร์เพ็ญ เปิดเผยความรู้สึกว่า หลังจากที่สามีถูกจับกุมนั้น วันแรกตนเองตกใจทำอะไรไม่ถูกร้องไห้ คิดอะไรไม่ออก เมื่อมีสติได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนให้ช่วยเหลือ เพราะเชื่อว่าสามีตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ และเมื่อรู้ว่าสามีต้องถูกส่งฟ้องศาล ตนเองพยายามหยิบยืมเงินจากคนอื่น เพื่อวางเงินประกันตัวต่อศาลจังหวัดตราด พร้อมขอความช่วยเหลือจากเพื่อนสามี ที่ขี่วินมอโซค์ด้วยให้ช่วยขับรถมาส่งที่จังหวัดตราด จ้างขับรถมาให้ เพราะตนเองขับรถไม่เป็น เมื่อมาถึงศาลจังหวัดตราด ต้องใช้เงินประกันตัวจำนวน 150,000 บาท แต่ตนเองหาได้เพียง 30,000 บาท ซึ่งศาลเห็นใจยอมให้ประกันตัวเป็นเงินจำนวน 30,000 บาท พร้อมสวมกำไลอีเอ็ม  และหลังจากนี้ ตนเองจะสู้ถึงที่สุด หาหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ใจของสามีให้ได้