ศาลยกคำร้องประกันตัว "ครูจอมทรัพย์" นำฝากขังศาล
ศาลยกคำร้องประกันตัว ครูจอมทรัพย์ นำฝากขังศาล รอหลังส่งฟ้อง รอง ผบ.ตร.ยัน ครูจอมทรัพย์ ร่วมขบวนการ รอขยายผล จนท.เกี่ยวข้อง
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 พ.ย.60 ความคืบหน้าเกี่ยวกับ การนำตัวครูจอมทรัพย์ หรือ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ในคดีสร้างพยานหลักฐานเท็จต่อศาล และซ่องโจร ในขบวนการรับจ้างทำผิดคดีขับรถชนคนตาย หลังครบกำหนดควบคุมตัวสอบสวนชั่วคราว 48 ชั่วโมง ทางตำรวจจึงได้นำตัวไปฝากขังผลัดแรกที่ศาลจังหวัดนครพนม โดยมีทนายส่วนตัวยื่นหลักทรัพย์ ขอประกันตัวต่อศาล แต่ทางตำรวจไม่ได้มีการคัดค้านการประกันตัว ซึ่งศาลยกคำร้องขอประกันตัว นำตัวส่งไปฝากขังเรือนจำกลางนครพนม รอการรวบรวมหลักฐานทำสำนวนให้อัยการส่งฟ้องตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งสามารถฝากขังได้ทั้งหมด 7 ผลัด ผลัดละ 12 วัน ทั้งนี้ในส่วนของกระบวนการสอบสวน ทางตำรวจระบุว่า ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ขั้นตอนทุกอย่างจะเสร็จ และนำส่งอัยการฟ้องศาลต่อไป
ในส่วนของ นายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง ผู้ต้องหาตามหมายจับ ในคดีครูจอมทรัพย์ อีกคนที่มีความสำคัญในการจัดตั้งขบวนการ คณะทำงานดำเนินคดีของตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ยังอยู่ระหว่างการควบคุมตัวชั่วคราว ทำการสอบสวนต่อเนื่อง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน และจะมีการนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนครพนม ในวันพรุ่งนี้ หลังครบ คุมตัวชั่วคราว 48 ชั่วโมง นอกจากนี้ในการดำเนินคดี บุคคลที่เกี่ยวข้อง ทางตำรวจยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบว่าบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้อง จะมีการออกหมายเรียกมาสอบสวน พิจารณาตามความผิด ทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้อง หรือผู้ร่วมขบวนการ ส่วนกรณีมีข่าวว่าออกหมายเรียก หรือออกหมายจับเพิ่มเติม นั้น ทางตำรวจยืนยันยังไม่มีการดำเนินการ ต้องรอการตรวจสอบพิจารณาตามพยานหลักฐาน เหลือเพียงผู้ถูกกล่าวหาอีก 2 คน จากทั้งหมด 8 คน ที่ยังไม่มารายงานตัว คือ นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ อายุ 61 ปี ที่เคยเป็นพยานช่วยเหลือครือจอมทรัพย์ ที่ออกหมายเรียกไปแล้วนัดแรก ครบ 7 วัน จะต้องมีการออกหมายเรียกไปรมอบ ที่ 2 รวมถึง นายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี สามีครูจอมทรัพย์ หากไม่มาในนัดที่ 2 จะต้องมีการออกหมายจับ ตามขั้นตอนของกฎหมาย หรืออาจจะมีการขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติมหากพบบุคคลใดเข้าข่ายผิดกฎหมาย ในข้อหาเบิกความเท็จ เพราะมีโทษเกิน 3 ปี สามารถ ออกหมายจับได้โดยไม่ต้องออกหมายเรียก
ส่วน พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รทท.รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ในการสอบสวนนั้น จะต้องรอการรวบรวมพยานหลักฐานที่ชัดเจน ว่าจะมีการดำเนินคดีกับบุคคลใดเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ จากหน่วยงานเกี่ยวข้อง หรือผู้ร่วมขบวนการ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ยังไม่มีการออกหมายเรียก หรือหมายจับเพิ่มเติม ส่วนการสอบสวน ครูอ๋อง ได้รับสารภาพ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทุกด้าน ว่าเป็นคนดูแลในการว่าจ้าง คนมารับผิดแทนครูจอมทรัพย์ ทั้ง นายเสริฐ รูปสะอาด รวมถึง นายสับ วาปี ถือว่าตรงตามคำให้การ ของ นายสับ วาปี โดยยืนยันว่าทำไปเพราะต้องการช่วยเพื่อน ครูครูจอมทรัพย์ และยืนยันว่า ครูจอมทรัพย์ รับรู้ในการวางแผนช่วยเหลือ รอเพียงการตรวจสอบพยานหลักฐาน เพิ่มเติม เพื่อรวบรวมหลักฐานทำสำนวนส่งฟ้อง แต่ในส่วนของครูจอมทรัพย์ ได้ให้การปฏิเสธ ในข้อกล่าวหา ทั้งเบิกความเท็จ และซ่องโจร เพียงรับว่า รับรู้ว่า ครูอ๋อง วางแผนช่วยเหลือ ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันได้ว่า ครูจอมทรัพย์ ร่วมขบวนการ สามารถเอาผิดได้แน่นอน รอเพียงขั้นตอนของกฎหมาย ในการสอบสวนพยานหลักฐานที่เหลือ แต่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ หรือทางกระทรวงยุติธรรม นั้น ต้องรอการตรวจสอบพิจารณา โดยมีข้อมูล จากกรณี นายสับ วาปี ให้การว่า เจ้าหน้าที่รู้ก่อนว่ามีการรับจ้างทำผิด ก่อนที่จะนำตัวมาเบิกความต่อศาล ในการพิจารณารื้อคดี ซึ่งต้องรอการตรวจสอบหลักฐานเพิ่มเติม แต่ยังไม่มีการออกหมายเรียกเพิ่มเติม หรือหมายจับ เพราะขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ทางตำรวจยืนยันว่า ใครเกี่ยวข้อง ดำเนินคดีแน่นอน ไม่มีการยกเว้น ขอให้มั่นใจในการทำงานของตำรวจ แต่จะต้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้นไปก่อน