สืบสานวัฒนธรรมไทยอีสานถวาย "หอระฆัง" และ "หอโปง" เพื่อเป็นพุทธบูชาในวันมาฆบูชา

ภูมิภาค9 ก.พ. 2563 • 08:29 น.
สืบสานวัฒนธรรมไทยอีสานถวาย "หอระฆัง" และ "หอโปง" เพื่อเป็นพุทธบูชาในวันมาฆบูชา
วันนี้ (8 กุมภาพันธ์ 2563) ณ วัดศรีโพธิ์ทองรัตนาราม ชุมชนพรสวรรค์ ในเขตเทศบาลตำบลหนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี นางสาวสังวาลย์ แสนน่าน ผู้ใหญ่บ้านพรสวรรค์ พร้อมด้วย ผศ.ดร.อานนท์ แสนน่าน ผู้อำนวยการมหาวิชชาลัยภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่นไทย ดร.องอาจ วิเศษ ประธานเครือข่ายภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่นอีสาน และ พุทธศาสนิกชน ร่วมกันถวายหอระฆังและหอโปง แด่ พระมหาชัชวาลย์ โชติธมฺโม เจ้าอาวาสวัดศรีโพธิ์ทองรัตนาราม เพื่อเป็นพุทธบูชา และอุทิศส่วนกุศลให้กับ "ผู้ใหญ่ทองแสน แสนน่าน" ผู้ก่อตั้งบ้านพรสวรรค์และผู้ใหญ่บ้านคนแรก จนทำให้หมู่บ้านนี้เจริญรุ่งเรืองมาจวบจนทุกวันนี้ ผศ.ดร.อานนท์ แสนน่าน ผู้อำนวยการมหาวิชชาลัยภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่นไทย ได้กล่าวว่า "หอระฆังและหอโปง" เดิมทีวัดในชนบทของอีสานนิยมใช้ "โปง" ตีบอกเวลาในกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา เป็นการสื่อสารระหว่างพระกับชาวบ้าน โปง ซึ่งทำด้วยไม้เนื้อแข็งให้เสียงทุ้มนุ่มนวลและได้ยินไปไกล โปงจะผูกไว้ใต้ถุนกุฏิ หอแจก โรงเรือน และ หอโป่ง ใช่กันมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย กรุงอยุธยา กรุงธนบุรี กรุงรัตนโกสินทร์ จนมาถึงปัจจุบัน ผศ.ดร.อานนท์ กล่าวอีกว่า "โปง" คือ ระฆังใหญ่ ทำด้วยไม้ ใช้กระทุ้งให้เกิดเสียง เป็นเครื่องตีบอกอาณัติสัญญาณของพระสงฆ์ในวัด แทนการตีระฆัง หรือ กลอง เพราะเสียงโปงจะดังกังวานกว่าระฆัง หรือ กลอง โปงทำด้วยไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้ตะเคียนท่อนใหญ่ตัดหัวท้าย แล้วนำมาขุดให้เป็นโพรงกลวงข้างใน คว่ำด้านที่ขุดเป็นโพรงลงด้านล่าง เจาะด้านข้างเป็นรูทั้งสองข้างเพื่อเป็นรูเสียง หรือรูแพ แล้วเจาะรูด้านบนสำหรับสอดไม้ค้ำโปงกับเสาแขวนไว้ใต้หอระฆัง เวลาตีใช้ไม้ท่อนใหญ่ ๆ ลักษณะคล้ายสากกระทุ้งโปงเพื่อให้เกิดเสียง กริยากระทุ้งโปงภาษาท้องถิ่นอีสานเรียก "ทั่งโปง" กระทุ้งโปงตามกาลเวลาดังนี้.