นักวิชาการห่วง"หลุมฟักไข่เต่ามะเฟือง"อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง หวั่นน้ำทะเลพัดเสียหาย
นักวิชาการห่วงหลุมฟักไข่เต่ามะเฟืองหวั่นน้ำทะเลพัดเสียหายและการรบกวนแนะประชาชน นักท่องเที่ยวในการรับชม พร้อมหาแนวทางป้องกันโดยมีการบูรณาการดูแลการฝักตัวของไข่เต่ามะเฟืองในเขตอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง เพื่อให้ไข่เต่าฝักออกเป็นลูกเต่ามากที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน เจ้าหน้าที่ประมงพังงา และทหารชุดรักษาความปลอดภัยฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 ร่วมกันดูแลความเรียบร้อยพร้อมหาแนวทางในการดูแลไข่เต่ามะเฟืองที่เคลื่อนย้ายมีสภาพความสมบูรณ์ จำนวน 85 ฟอง เป็นไข่ลม 19 ฟอง โดยการติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิในหลุมฝักไข่เต่ามะเฟือง และทำคอกไม้ไผ่ขนาด 3×4 เมตร ปิดกั้นบริเวณโดยรอบ เพื่อป้องกันผลกระทบจากปัจจัยภายนอกและป้องกันการเกิดคลื่นพัดเข้าหาชายหาดซึ่งอาจทำให้เกิดผลกระทบกับรังไข่เต่ามะเฟือง
โดยล่าสุดทาง พล.ร.ต.สมพงษ์ นาคทอง ผู้บัญชาการฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 พร้อมด้วยนายมงคล ลิ่ววิริยกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง และนายปรารพ แปลงงาน หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 จังหวัดภูเก็ต นางรักชนก แพน้อย นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการอุทยานแห่งชาติเขาลำปี หาดท้ายเหมือง นายชินกร ทองไชยนักวิชาการประมง กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน นายพงศภัค เอียยสกุล ผอ.ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรอนุรักษ์ป่าชายเลนที่11(ลำแก่น)ได้ลงพื้นที่ติดตามและหาแนวทางในการดูแลหลุมไข่เต่ามะเฟืองที่มีสภาพสมบูรณ์ไม่ให้สิ่งใดมารบกวนเพื่อให้ไข่เต่าฝักออกเป็นลูกเต่ามากที่สุด
ทางนายปรารพ แปลงงาน หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า หลังจากพบการขึ้นวางไข่ของมะเฟือง ที่บริเวณปากน้ำ อ.ท้ายเหมือง หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้มีการย้ายไข่เต่ามะเฟืองมาไว้ยังอุทยานแห่งชาติหาดท้ายเหมือง เนื่องจากเกรงว่าสภาพคลื่นลมที่มีความรุนแรงอาจจะทำให้หลุมไข่เต่าได้รับความเสียหายได้ ซึ่งจุดที่ทางเจ้าหน้าที่ย้ายมาเป็นจุดที่มีสภาพความพร้อมเป็นพื้นที่เคยพบฟักไข่เต่ามะเฟืองจนทำให้อัตราการรอดชีวิตประมาณ70-80%ในช่วงที่ผ่านมา โดยในพื้นที่หลุมฟักไข่เต่ามะเฟืองทางเจ้าหน้าที่ได้มีการล้อมรั้ว เป็น2รูปแบบด้วยกัน คือบริเวณรั่วด้านข้าง จะมีการกั้นด้วยไม้ขนาด 4 นิ้ว
ซึ่งจะทำเป็นรูปสลับซ้ายขวาและบริเวณด้านหน้าชายหาดก็จะทำไม้กั้นไม่ใหคลื่นพัดเข้ามากระทบรุนแรงเป็นการสลายแรงของคลื่น เนื่องจากขนาดนี้จะเห็นว่าพื้นที่ชายหาดจะมีคลื่นซัดจนเป็นพื้นที่เป็นดอนทรายและบางจุดก็เป็นพื้นที่ราบลุ่มลงไปซึ่งไม่เป็นเหมือนธรรมชาติทั่วไปก็เลยจำเป็นที่ต้องทำรั่วป้องกันหรืออาจจะเป็นการป้องกันสัตว์บางชนิดเข้ามาทำลายไข่เต่ามะเฟือง ซึ่งต้องให้ลูกเต่ามะเฟืองขึ้นมาจากหลุมด้วยสภาพธรรมชาติด้วยตัวเขาเอง โดยสถิติตั้งแต่ช่วงปี 56 พบมีการขึ้นวางไข่ของเต่ามะเฟืองและมีการเพาะฟักตามธรรมชาติ ซึ่งการขึ้นวางไข่ของเต่ามะเฟือง เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน โดยทางเจ้าหน้าที่ ต้องให้ความรู้ความเข้าใจ กับประชาชนและนักท่องเที่ยวไม่ให้ไปรบกวนหลุมไข่เต่ามะเฟืองไม่ให้ไปเหยียบพื้นทราย ใกล้กับหลุมฟักไข่เต่ามะเฟือง เพราะจะทำให้เกิดการสั่นสะเทือนจนจะทำให้มีการขยับของเปลือกไข่เต่า เพราะว่าลูกเต่ามะเฟือง มีกระดูกเพียงชิ้นเดียว ซึ่งจะเป็นการรับสัญญาณเสียงต่ำกว่า 20 เฮิร์ตซ์ โดยมีการป้องกันระยะทางประมาณ 10 เมตรเพื่อที่จะให้ลูกเต่ารอดขึ้นมาอย่างปลอดภัยและเป็นธรรมชาติมากที่สุด
และคาดว่ารังที่2หลังจากนี้ไปประมาณไม่เกิน 15 วันคาดว่าจะมีการขึ้นวางไข่อีกรอบ ซึ่งต่อจากนี้อีก 7 วัน ทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดท้ายเหมือง เจ้าหน้าที่ทหารเรือ เจ้าหน้าที่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกลุ่มชาวบ้านก็จะมาร่วมกันออกเดินลาดตระเวน บริเวณชายหาด ซึ่งแม่เต่าตัวดังกล่าวที่ขึ้นมาวางไข่ เป็นคนละตัวกับปีที่ผ่านมา เพราะเต่าแต่ละตัวจะมีระยะฟักไข่ 3-5 ปี โดยตัวดังกล่าวมีอายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางมาดู การฟักตัว ของไข่เต่ามะเฟือง ในประมาณ 60 วันข้างหน้า ก็ขอให้ปฏิบัติตามเจ้าหน้าที่ เพราะการเย็บพื้นทรายอาจจะเกิดการสั่นสะเทือน จนทำให้ลูกเต่า รู้สึกมีภัยใกล้ตัว ก็จะทำให้ลูกเต่าชลอในการขึ้นมาจากหลุม จึงขอให้มาดู ในจุดที่เจ้าหน้าที่กำหนดหรือจะดูผ่าน ทางกล้อง CCTV ที่ทางเจ้าหน้าที่จะมีการติดตั้งในไม่ช้า