สาวใหญ่เมืองกาญจน์ขับรถชนคนเร่ร่อนเสียชีวิตไม่คิดหนี ประสานชาวบ้านรอมอบตัวตำรวจ
ยอมรับมองไม่เห็นถนนช่วงจุดเกิดเหตุมันมืด เห็นอีกทีคนตายยืนอยู่กลางถนน เลยเบรกไม่ทันพุ่งชนอย่างจัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.30 น.ของวันที่ 30 มิ.ย.64 ร.ต.อ.สนิท สิงห์สกุล รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนคนเดินเท้ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบนถนนสายกาญจนบุรี-ทุ่งมะสัง เยื้องๆ หน้าฟาร์มไก่กาญจนบุรี 2 หมู่ 8 ต.หนองกุ่ม อ.บ่อพลอยฯ หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปสอบสวน พร้อมประสานแพทย์เวร รพ.บ่อพลอย ร่วมกับมูลนิธิบ่อพลอยร่วมใจ ให้มาร่วมชันสูตรพลิกศพ
ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชายนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่ สภาพศพเลือดไหลนองพื้นในสภาพกะโหลกศีรษะแตก ลำคอ แขนและขาทั้งสองข้างหักผิดรูป ท้องแตกลำไส้ทะลัก น่าชวนสยดสยองต่อผู้พบเห็น ตรวจสอบหลักฐานผู้ตายไม่พบเอกสารที่สามารถระบุได้ว่า ผู้ตายเป็นใครมาจากไหน อายุประมาณ 50 ปี ทราบจากชาวบ้านที่มายืนดูเหตุการณ์ทราบว่า ผู้ตายน่าจะเป็นคนสติไม่สมประกอบเห็นชอบเดินเร่ร่อนอยู่ตามถนน ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ค่ำไหนนอนนั่น เดินเร่ร่อนไปทั่ว จึงมอบศพให้มูลนิธิฯ นำร่างไปเก็บไว้ที่ รพ.ฯ เพื่อติดต่อแจ้งญาติให้ทราบเพื่อขอรับศพไปจัดการตามประเพณี
ห่างไปประมาณ 2 กม.เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า รถคันก่อเหตุ คนขับได้ขับรถไปจอดอยู่ตรงถนนช่วงที่มีไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่อยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบพบว่า รถคันก่อเหตุเป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อ Mazda 3 สีขาว หมายเลขทะเบียน กม-2819 กาญจนบุรี จอดอยู่ในสภาพกระจกด้านหน้าซ้ายแตกมีเศษเส้นผมของผู้ตายติดอยู่ กันชนด้านหน้ามีร่องรอยการเฉี่ยวชนจนพังเสียหาย
จากการสอบสวนทราบชื่อคนขับรถคันดังกล่าวชื่อนางสาวกัญหา คล้ายเจ็ก อายุ 53 ปี อยู่บ้านที่ตำบลหนองรี อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถไปทำธุระที่ตัวเมืองกาญจน์ ขากลับขณะที่กำลังขับรถมาตามถนนสายดังกล่าวเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุถนนช่วงนั้นมันมืดมาก จึงมองไม่เห็นว่า ผู้ตายยืนอยู่ตรงกลางถนน มาเห็นอีกทีก็เบรกรถไม่ทัน รถจึงพุ่งเข้าชนร่างของผู้ตายอย่างจังจนผู้ตายเสียชีวิต ด้วยความตกใจ และกลัวจึงขับรถไปตรงถนนที่มีไฟฟ้าส่องสว่าง และวานให้ชาวบ้านช่วยโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป