ฝ่าแดด!! ลุยสวนแตงโมบุโบย กินแตง 4 สายพันธุ์ ผลผลิตเกษตรกรหน้าแล้ง
ทุ่งกว้างหลายร้อยไร่ริมทะเลตำบลแหลมสน อ.ละงู จ.สตูล ถูกแปลงเป็นสวนแตงโม ทุ่งกว้างเต็มไปด้วยต้นแตงโมเต็มผืน เมื่อเดินเข้าไปจะเห็นแตงโมลูกโตแฝงอยู่มากมาย สร้างความตื่นตาให้กับนักท่องเที่ยว และผู้พบเห็น
เกษตรจังหวัดสตูล โดยนายวิฑูร อินทมณี หน. นำสื่อมวลชนเข้าชมสวนแตงโม ที่กำลังให้ผลผลิตพร้อมออกสู่ตลาด โดยเกษตรกรชาวสวนแตงโมบอกว่า ที่ปลูกอยู่มี 4 สายพันธ์ ประกอบด้วยพันธุ์เมย่า โบอิ้ง กินรี และซุปเปอร์ พร้อมผ่าแตงโมลูกใหญ่ให้ได้ชิมกันกลางสวน ความกรอบ หวาน อร่อยช่วยให้คลายร้อนไปได้เยอะ นอกจากนี้เกษตรกรได้โชว์แตงโมรูปหัวใจที่ปลูกไว้ให้ชมกันอีกด้วย โดยแตงโมรูปหัวใจที่ทดลองปลูกเป็นสานพันธุ์เมย่า
“แตงโม” เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญอีกชนิดหนึ่ง ที่สามารถเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เนื่องจากแตงโมเป็นพืชที่ปลูกง่ายปลูกโตได้ดีในดินร่วนปนทรายมีความเป็นกรดเป็นด่างตั้งแต่ 5.0 ถึง 7.5 ก็จะยิ่งมีการเจริญเติบโตได้ดี โดยส่วนใหญ่เกษตรกรในพื้นที่จะนิยมปลูกหลังฤดูการทำนาเดือนมกราคมถึงมีนาคมของทุกปี
แตงโมบ้านบุโบย จะปลูกอยู่บริเวณใกล้ชายหาดทำให้รสชาติหวานกรอบ เป็นที่นิยมของประชาชนทั่วไป แต่ปีนี้ยังได้รับผลกระทบ นายตาขวัญ ทุ่ยอิด อายุ 63 ปี เกษตรกรผู้ปลูกแตงโม กล่าวว่า ปีนี้ผลผลิตจะไม่ดีเท่าที่ควร เพราะอากาศร้อนมาก ฝนแล้ง และได้รับผลกระทบจากแมลง ทำให้ใบดำๆเป็นจุด แต่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพคน สามารถรับประทานได้ปกติ ส่วนรสชาติ หวาน กรอบ อร่อย
นางสาวณิชเนตร สระมุณี นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอละงู กล่าวว่า พื้นที่ปลูกแตงโม ตรงนี้อยู่หมู่ 3 บ้านบุโบย ต.แหลมสน เวลาผลผลิตที่ออกก็จะเป็นผลผลิตในนามแต่หมู่บ้านบุโบย ที่นี่มีความพิเศษตรงความกรอบ หวานฉ่ำกว่าแตงโมที่อื่น เนื่องจากว่าสภาพพื้นที่ของที่นี่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ชายหาด ใต้ผิวของพื้นดินแถวนี้จะมี เปลือกหอย ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในเรื่องของแร่ธาตุแคลเซียม ในการเพิ่มปริมาณความกรอบ
ในส่วนของน้ำจะมีการจัดหาบริหารจัดการ โดยประปาหมู่บ้านจะมีปล่อยน้ำให้กับทางการเกษตรช่วงเวลา 15:00 น หลังจากนั้นเกษตรกร จะมีถังไว้รองรับน้ำเขาก็จะมีการใช้น้ำส่วนนี้เอามาลดแปลงอีก 1 อย่างที่สำคัญคือในแปลงของเกษตรกรเกือบทุกแปลงจะมีตาน้ำซึ่งจะมีการขุดเพื่อใช้สำรองหลังจากน้ำที่ได้รับมาหมด ก็จะไม่ค่อยมีปัญหาแต่เนื่องจากปีนี้แล้งกว่าปกติอาจจะมีบ้างในเรื่องของการขาดแคลนน้ำ
ในส่วนของโรคปีนี้เป็นเรื่องของเพลี้ยไฟจะเยอะที่สุด เพราะมันมาตามสภาพอากาศที่ร้อนกว่าปกติ ในส่วนอื่นก็จะไม่มีปัญหา สำหรับเชื้อโควิด-19 ถือว่าเป็นปัญหามากที่สุด ซึ่งมีผลสำหรับราคาและผลผลิตที่จะจำหน่ายออก เกษตรกรก็จะมีปัญหาในเรื่องการจำหน่ายผลผลิต เนื่องจากว่าจำหน่ายออกได้น้อยลงเพราะมีการระบาดของโควิด-19 ทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่เข้ามารับซื้อผลผลิตลดน้อยลง จึงกลายเป็นปัญหาและเป็นประเด็นอยู่ ณ ตอนนี้
ในพื้นที่อำเภอละงูมีพื้นที่ปลูกแตงโมจำนวน 901 ไร่ โดยปลูกในตำบลแหลมสน จำนวน 823 ไร่ 216 ครัวเรือน ตำบลละงู จำนวน 50 ไร่ 18 ครัวเรือน ตำบลปากน้ำจำนวน 21.5 ไร่ 7 ครัวเรือน และตำบลกำแพงจำนวน 6 ไร่ 3 ครัวเรือน ซึ่งตำบลแหลมสน มีการเพาะปลูกแตงโมมากที่สุด เนื่องจากผลผลิตที่ได้มีรสชาติดี ปลอดภัย และเป็นที่ต้องการของตลาดมากที่สุด ในแต่ละรอบการผลิตสามารถผลิตได้เฉลี่ย 3 ถึง 3.5 ตันต่อไร่ จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 7-13 บาทจากสวน
สำหรับ แนวทางการส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พื้นที่อำเภอละงูมีพื้นที่ปลูกข้าวเป็นจำนวนมาก หลังจากฤดูการทำนาเกษตรกรจะเพาะปลูกพืชหลังนา ที่แตกต่างกันไปตามลักษณะพื้นที่เช่นการปลูกแตงโม ปลูกผักสวนครัว ฟักทอง เป็นต้นแต่ในพื้นที่ตำบลแหลมสน เป็นพืชที่นิยมปลูกแตงโม เพิ่งสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นจำนวนมาก
การปลูกแตงโมเป็นการปลูกพืชหมุนเวียนกับการทำนาซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งในการปรับปรุงบำรุงดินให้มีคุณภาพดีลดต้นทุนการผลิตในการใช้ปุ๋ยในการปลูกพืชครั้งต่อไปอีกครั้ง ช่วยตัดวงจรศัตรูพืชให้หมดไปหรือลดน้อยลงมีผลผลิตหมุนเวียนเข้าสู่ตลาดและมีรายได้ต่อเนื่องในให้เกษตรกรมีการยังชีพที่มั่นคง