เศร้าสลด!! ทรายแม่น้ำมูลดูดร่าง "พ่อ-ลูก-หลาน" 5 ชีวิตดับอนาถ

ภูมิภาค12 ธ.ค. 2566 • 06:34 น.โดย วันชัย ผิวอร่าม 
เศร้าสลด!! ทรายแม่น้ำมูลดูดร่าง "พ่อ-ลูก-หลาน" 5 ชีวิตดับอนาถ

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.66 หน่วยกู้ภัยวังกรูด อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งให้ช่วยตามหา นายวิริยา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี​ น.ส.นุชรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี​ สองพ่อลูก และหลานอีก 3 คน มี ด.ญ​.วรันญา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 14 ปี ,ด.ญ​.ญาญ่า (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 11 ปี และ ด.ช.โฟม อายุ 8 ปี ที่ติดต่อไม่ได้ตั้งแต่ช่วงเช้า หลังจากพากันไปเอาทรายกลางแม่น้ำมูลตั้งแต่ช่วงเช้า

โดยต่อมาหน่วยกู้ภัยวังกรูด ร่วมกับตำรวจ สภ.สตึก อ.สตึก นำกำลังเข้าค้นหาตั้งแต่เวลา 12.00 น. จนกระทั่งเมื่อเวลา 15.00 น.พบรถอีแต๊ก (รถไถนาเดินตาม) กับตัวพ่วง จอดอยู่ในแม่น้ำมูลเขต ต.ท่าม่วง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เขตติดต่อ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ จึงประสานหน่วยกู้ภัยวังกรูด อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ พร้อมประสาน พ.ต.ท.ถนอมจิตร กันยายน สารวัตร (สอบสวน) สภ.ชุมพลบุรี อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นเขตติดต่อ เข้าร่วมตรวจสอบ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบรถอีแต๊ก มีทรายอยู่เต็มคันรถแต่ไม่พบคน เจอเพียงกระเป๋าหนังสือของเด็กและรองเท้าวางอยู่ใกล้กับรถอีแต๊ก หน่วยกู้ภัยวังกรูด จึงนำชุดประดาน้ำมาช่วยค้นหา แต่เป็นไปด้วยความลำบาก เพราะบริเวณที่มีน้ำขังไม่พบร่างคน ผ่านไปกว่า 3 ชม.เจ้าหน้าที่พบร่างนายวิริยา อยู่ใต้น้ำ ก่อนจะพบร่างทีละคน ร่วม 5 ศพ ติดกับบ่อทราย สร้างความเศร้าสลดให้กับญาติที่มาคอยลุ้นก่อนหน้านี้

น.ส.บังอร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ภรรยานายวิริยา ที่พาเด็กมาด้วย เล่าว่า วันนี้ตนไม่อยู่บ้าน เท่าที่ทราบสามีจะมาเอาทรายไปปูกระเบื้อง และคาดว่าน่าจะชวนลูกสาวและหลานมาด้วย เพราะบริเวณที่จะไปเอาทรายมีน้ำใส เย็น แต่หลังจากนั้นติดต่อไม่ได้อีก จึงแจ้งตำรวจแล้วออกค้นหา ไม่คิดว่าทุกคนที่มาด้วยกันจะเสียชีวิตทั้งหมด

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปได้ เบื้องต้นคาดว่า อาจจะมีเด็กคนใดคนหนึ่งไปเล่นน้ำแล้วจมน้ำ จากนั้นแต่ละคนจะเข้าไปช่วยเหลือแล้วจมน้ำไปด้วยกัน หรืออาจจะมีคนใดคนหนึ่งถูกทรายดูด เมื่อแต่ละคนจะเข้าไปช่วยจึงโดนดูดเข้าไปด้วยกันจนเสียชีวิตดังกล่าว