สั่งย้ายแล้ว "ผอ. คลิปฉาว" แอบถ่ายในห้องน้ำร้านเหล้า

ภูมิภาค29 ส.ค. 2563 • 11:16 น.
 สั่งย้ายแล้ว "ผอ. คลิปฉาว" แอบถ่ายในห้องน้ำร้านเหล้า
ผอ.สพป.เขต 2 สั่งช่วยราชการ ผอ.คลิปฉาว แอบถ่ายในห้องน้ำ ร้านเหล้าเร่งสอบเอาผิดทางวินัย เจ้าตัวยังเงียบไม่ออกมาชี้แจง เสี่ยงเข้าข่ายผิดร้ายแรง เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณี มีกระแสข่าวทางโซเชียลเกี่ยวกับ ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อำเภอบ้านแพง จ.นครพนม แอบตั้งกล้องถ่ายคลิปภายในห้องน้ำ ของร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลตำบลเรณู อ.เรณูนคร จ.นครพนม โดยมีคนนำคลิปออกมาเผยแพร่ เปิดเผยถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากมีภาพในคลิปเห็นหน้า ผู้อำนวยการโรงเรียนเจ้าของคลิปชัดเจน เกรงว่าจะเป็นภัยสังคม ภายหลังทางผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่า คลิปดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2563 เหตุเกิดที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลตำบลเรณู อ.เรณูนคร จ.นครพนม โดยที่มาของคลิป สืบเนื่องจากมีคนในร้านเก็บแฟลตไดร์ บันทึกข้อมูลได้ หลังเจ้าของทำตกในห้องน้ำ จึงนำมาตรวจสอบหาเจ้าของ และพบว่า มีข้อมูลเป็นคลิปภาพจากกล้อง อีกทั้งยังพบว่าบุคคลในคลิปเป็นคนนำกล้องไปตั้งแอบถ่ายในห้องน้ำ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในอำเภอบ้านแพง แต่มีบ้านอยู่ในเขต อำเภอเรณูนคร จนกระทั่งทางเจ้าของร้าน ได้มีการตรวจสอบ ประสานไปยังเจ้าของ โดยเจ้าตัวไม่ได้ปฏิเสธ เพราะคลิปหลักฐานชัดเจน เพียงอ้างว่าเมา ไม่มีเจตนาถ่ายคลิปคนอื่น และภายหลังตรวจสอบยังไม่พบผู้เสียหายเข้าแจ้งความเอาผิด แต่มีคนนำมาโพสต์แฉพฤติกรรม ฉาว กลัวเป็นภัยสังคม จนเป็นกระแสข่าวดัง แต่ทางด้านเจ้าตัวยังไม่ออกมาชี้แจง หลังเป็นข่าว ล่าสุด ทางด้าน นายพลชัย ชุมปัญญา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา เขต 2 เปิดเผยว่า หลังทราบข้อมูลกรณีมีข่าว ผู้บริหารโรงเรียนแห่งหนึ่ง มีพฤติกรรมนำกล้องไปแอบถ่ายในห้องน้ำร้านอาหาร ส่อในทางพฤติกรรมเป็นภัยสังคม และเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ได้สั่งการให้ เจ้าตัวรายงานชี้แจง พร้อมตั้งการการสอบสืบข้อเท็จจริง หากมีมูลจะได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิดตามขั้นตอน ขณะเดียวกัน วันนี้ได้มีคำสั่งให้ผู้อำนวยการคนดังกล่าว มาช่วยราชการที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จนกว่าจะสอบสวนแล้วเสร็จ ซึ่งต้องรอผลการพิจารณาว่า ความผิดเข้าข่ายเจตนา หรือไม่ โดยจะพิจารณา 2 แนวทาง คือ ความผิดไม่ถึงขั้นร้ายแรง จะเป็นการลงโทษว่ากล่าวตักเตือน ตัดเงินเดือน ภาคทัณฑ์ แต่หากพบเจตนา หรือมีผู้เสียหาย อาจจะเข้าข่ายวินัยร้ายแรงถึงขั้นให้ออกจากราชการ แต่เบื้องต้นยังไม่มีผู้เสียหายร้องทุกข์ โดยยืนยันไม่ปกป้องหากพบทำผิด และจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และการตรวจสอบประวัติ ไม่พบเคยมีพฤติกรรมเสี่ยง