หนุ่มพ่อลูกอ่อน ตกงานตัดสินใช้ปืนบุกจี้ร้านทอง ถูกตำรวจ - ชาวบ้าน รวบตัวได้
หนุ่มวัย 20 ปี ตกงานติดพนัน แถมลูกอ่อนใช้อาวุธปืนบุกเข้าจี้ชิงทรัพย์ร้านทอง 2 เส้นน้ำหนัก 4 บาท แต่ช่วงหลบหนีถูกชาวบ้านและตำรวจที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวได้ช่วยกันตะครุบตัวไว้ได้ เจ้าตัวเสียงอ่อนรับก่อเหตุเพราะต้องหานำไปใช้หนี้สิน
เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 29 ธ.ค.64 ร.ต.อ.ณัฐพันธ์ ดำเนินวรกุล รองสว.(สอบสวน) สภ.สามพราน จ.นครปฐม รับแจ้งเหตุมีคนร้าย จี้ชิงทรัพย์ ร้านทองบจก.โต๊ะกังสามพราน เลขที่112/26ม.8ต.สามพรานอ.สามพราน จ.นครปฐม เดินรายงานผู้บังคับบัญชาและรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยพ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพราน และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน โดยคนร้ายเป็นชายถูกเจ้าหน้าที่ ตำรวจและชาวบ้านช่วยกันจับกุมตัวไว้ได้ขณะกำลังขึ้นขี่จยย.หลบหนี ในซอยใกล้ที่เกิดเหตุ
โดยจากการตรวจสอบชายคนดังกล่าว คือ นายกรภัทร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ20ปี พร้อมของกลาง สร้อยคอทองคำหนัก2บาท2เส้นรวม4บาท อาวุธปืนบีบีกัน 1กระบอก กระเป๋าผ้า1ใบ ในกระเป๋ามีเสื้อแจ๊กเก็ต1ตัวและรถจยย.ฮอนด้าดรีมซุบเปอร์คัพ สีชมพู ทะเบียน 5กศ4478 กทม.ที่ใช้ในการก่อเหตุ
จากการสอบถามนางขวัญตา จันทร์สมบูรณ์ อายุ 62 ปี เจ้าของร้านทองโต๊ะกังสามพราน เผยว่า เมื่อวานตอนบ่าย 2โมงผู้ ก่อเหตุมาที่ร้าน ขอดูสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 2 เส้น และขอถ่ายรูปบอกว่าจะไปให้แฟนดูและออกจากร้านไป โดยไม่มีความผิดปกติอะไร กระทั่งในวันนี้ ผู้ก่อเหตุ มาที่ร้านอีกครั้ง โดยถือกระเป๋าผ้ามาด้วย 1ใบ และวางไว้ที่เก้าอี้นั่ง จากนั้นได้ขอดูสร้อยทองคำหนัก 2บาท 2เ ส้นพอตนส่งให้ดู ผู้ก่อเหตุ ดึงสร้อยจากมือตน จะออกประตูหลบหนีตนจึงตะโกนบอกว่า จะเอาไปได้ไง ยังไม่ได้จ่ายเงิน ผู้ก่อเหตุจึงหยิบถุงผ้าและหยิบ อาวุธปืนออกมาขู่หันปากกระบอกปืนมาทางตน และเปิดประตูหรีออกไป ซึ่งสามีที่อยู่ด้วยกันจึงกดกริ่งสัญญานแจ้งเหตุ และออกตามผู้ก่อเหตุที่วิ่งไปขึ้นขี่จยย. ที่จอดไว้ในซอยใกล้ที่เกิดเหตุ แต่เป็นจังหวะพอดีมีพลเมืองดีและตำรวจสายตรวจ ที่อยู่ในจุดดังกล่าวได้ช่วยกันจับกุมตัวไว้ได้ โดยถีบรถผู้ก่อเหตุล้มลง
นายกรภัทรช อ้างว่าตกงาน และชอบเล่นการพนันต้องการนำเงินมาใช้หนี้นสินและยังมีลูกอ่อน9เดือน ไม่มีเงินใช้จึงมาก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนเบื้องต้นโดยได้ตั้งข้อหา ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนและยานพาหนะที่ใช้ในการก่อเหตุ แลพจะสอบสวนว่ามีการกระทำผิดกฎหมายข้อใดบ้างโดยได้เตรียมดำเนินทางกฎหมายต่อ ๆไป