จนมุม หนุ่มใหญ่เจ้าของไร่มันสำปะหลัง ยิงกระทิงตายติดเขตผืนป่ามรดกโลก อ้างป้องกันตัว

ภูมิภาค11 พ.ย. 2560 • 15:01 น.
จนมุม หนุ่มใหญ่เจ้าของไร่มันสำปะหลัง ยิงกระทิงตายติดเขตผืนป่ามรดกโลก อ้างป้องกันตัว
ความคืบหน้ากรณีพบซากกระทิง เพศผู้ อายุประมาณ 15 ปี น้ำหนักประมาณ 900-1,000 กิโลกรัม ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ไม่ทราบชนิดเสียชีวิตในจุดพิกัดที่ 47 P 0786525 UTM 1596472 (WGS84) บริเวณไร่มันสำปะหลัง บ้านคลองสะท้อน หมู่ 5 ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ห่างจากแนวเขตผืนป่ามรดกโลก ดงพญาเย็น-เขาใหญ่ พื้นที่เขตการจัดการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 2 ขญ.23 (วังหมี) ประมาณ 200 เมตร ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและชันสูตรซากกระทิง มีร่องรอยวิถีกระสุนรวม 5 รู บริเวณซี่โครงซ้ายแต่ไม่พบปลอกกระสุนปืนแต่อย่างใด เมื่อช่วงสายวันนี้ (11 พฤศจิกายน) พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม ผกก.สภ.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา พร้อมชุดสืบสวนได้นำตัวนายวา ชุ่มพรมราช อายุ 44 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 221 หมู่ 2 ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ผู้เช่าพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งพบซากกระทิงถูกยิงตาย มาขยายผลการสอบสวนอีกครั้ง เนื่องจากคำให้การและบาดแผลบริเวณใบหน้าและแผ่นหลังตามที่อ้างขับขี่รถจักรยานยนต์ล้ม มีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงให้โอกาสแสดงความบริสุทธิ์ นำรถคันดังกล่าวมาตรวจสอบและนำไปชี้จุดเกิดอุบัติเหตุ นายวา ฯ ไม่สามารถแก้ต่างได้ จึงรับสารภาพเป็นผู้ประกอบเหตุใช้อาวุธปืนยาวแบบไทยประดิษฐ์ยิงกระทิงตัวดังกล่าว คืนวันเกิดเหตุได้จุดไฟไล่สัตว์ป่า ซึ่งออกมากินมันสำปะหลังบ่อยครั้ง พบกระทิงตัวดังกล่าว หากินนอกฝูงได้วิ่งชนและพยายามทำร้าย นายวา ฯ อ้างป้องกันตัวใช้ปืนลูกซองยาวยิงกระทิงตาย จากนั้นได้มีข่าวกระทิงถูกยิงตายใกล้แนวเขตผืนป่ามรดกโลก ดงพญาเย็น เขาใหญ่ พร้อมระบุสาเหตุเกิดจากความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่า กรณีออกมากินพืชผลทางการเกษตร ซึ่งตรงกับข้อเท็จจริง นายวา ฯ เกรงกลัวความผิดได้รีบนำอาวุธปืนลูกซองยาวไปซุกซ่อนในไร่มันสำปะหลัง สุดท้ายต้องจมมุม เนื่องจากร่องรอยและพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน จึงรับสารภาพแต่ปฏิเสธไม่มีเจตนาฆ่ากระทิงอ้างป้องกันตัว จากนั้นได้ตรวจค้นพบอาวุธปืนในไร่มันสำปะหลังและควบคุมตัวส่งให้พนักงานสอบสวน ดำเนินคดีในข้อกล่าวหาความผิด พรบ.อาวุธปืน ซึ่งครอบครองปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตและความผิด พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าไม้ โดยล่าสัตว์ป่าคุ้มครองประเภท 2 (กระทิงหรือเมย) โดยไม่ได้รับอนุญาตพร้อมปล่อยตัวไปชั่วคราว ด้านนายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวถึงมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่อุทยาน ฯ ว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีพบสัตว์ป่าออกมากินพืชผลทางการเกษตรของราษฎรที่ปลูกชิดกับแนว เขตป่าค่อนข้างบ่อย ซึ่งอาจจะเกิดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่ารวมทั้งพรานป่าฉวยโอกาสล่าสัตว์ป่า โดยอ้างความขัดแย้งดังกล่าว จึงร่วมกับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดำเนินการจัดประชุมร่วมกับราษฎรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบปัญหาอุปสรรคและความเดือดร้อนพร้อมระดมความคิดและหาแนวทางแก้ไข รวมทั้งเยียวยา บรรเทาความเดือดร้อนและจัดการฝึกอบรมราษฎรให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องสัตว์ป่าและวิธีผลักดันสัตว์ป่ากลับคืนสู่ป่า ส่วนการป้องปรามการลักลอบล่าสัตว์ป่า ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงติดตามกลุ่มเป้าหมายโดยขึ้นบัญชีเป็นกลุ่มเสี่ยงแล้วติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ได้ร่วมกับองค์กรเอกชนและกลุ่มมวลชนในพื้นที่จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เป็นรั้ว,สร้างหอดูสัตว์บริเวณบ้านคลองสะท้อน ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว เพื่อเฝ้าระวังสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่และให้ความรู้และสร้างความเข้าใจการทำรั้วรังผึ้ง ป้องกันช้างป่า สร้างแหล่งน้ำแหล่งอาหารและแร่ธาตุให้สัตว์ป่าและจัดชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังสัตว์ป่า เพื่อให้ผลการดำเนินการเป็นรูปธรรม ได้ติดตามผลและรายงานการปฏิบัติทางกลุ่มไลน์รวมทั้งจัดประชุมสรุปตามความเหมาะสม