สืบภาค1 ตามรวบ18มงกุฎตระเวนตุ๋นเงินชาวบ้านเสียหายกว่า 50 ล้านบาท

ภูมิภาค23 เม.ย. 2563 • 10:59 น.
สืบภาค1 ตามรวบ18มงกุฎตระเวนตุ๋นเงินชาวบ้านเสียหายกว่า 50 ล้านบาท
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 23 เม.ย.63 พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธํารงค์ รอง ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ผบก.สส.ภ.1 และเจ้าหน้าที่ บก.สส.ภ.1 ร่วมกันแถลงผลจับกุมนายกฤชณิชัย พงศ์ศิริผล หรือ เอ หรือ ศิณะ โชคศริชัย หรือ กฤชณิชัย ศิริผล ตามหมายจับศาลธัญบุรี ข้อหาฉ้อโกง โดยจับกุมได้ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นครราชสีม พล.ต.ต.ธนายุตม์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในหลายพื้นที่ให้ช่วยติดตามจับกุมนายกฤชณิชัย ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งมีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคม ด้วยการหลอกฉ้อโกงเงินจากผู้คนด้วยวิธีต่างๆ นานา บางรายโดนหลอกให้นำเงินไปลงทุนซื้อรถหรูมูลค่าเกือบ 2 ล้านบาท เพื่อนำมาให้นายกฤชณิชัย ไปปล่อยเช่าต่อก่อนจะเชิดรถหนีหายไป รวมถึงบางรายซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ชลบุรี ยังถูกหลอกด้วยการวางแผนทำทีเข้ามาตีสนิทก่อนแอบอ้างตัวว่าเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ต้องการขอซื้อกิจการโรงงานต่อจากผู้เสียหาย แต่ติดปัญหาบางอย่าง จึงได้ขอดูเอกสารของผู้เสียหาย ก่อนจะแอบนำไปทำการปลอมแปลงแล้วนำไปยื่นขอกู้กับธนาคารเป็นวงเงินกว่า 40 ล้านบาท เพื่อเตรียมเชิดเงินหนี แต่ระหว่างที่รอการพิจารณาจากทางธนาคาร ผู้เสียหายเกิดตรวจสอบพบความจริงจึงยุติการทำธุรกรรมดังกล่าวได้ทัน รอดจากการถูกหลอกได้อย่างหวุดหวิด นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายรายอื่นๆอีกหลายรายถูกหลอกด้วยวิธีการที่แตกต่างกันในพื้นที่หลายจังหวัดทั้งพื้นที่ ภาคอีสาน เหนือใต้ ตะวันออก และกลาง บางรายมีการเข้าแจ้งความตามท้องที่ต่างๆ จนมีการออกหมายจับรวม 8 หมาย มูลค่าความเสียทั้งหมดรวมกว่า 50 ล้านบาท พล.ต.ต.ธนายุตม์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหารายนี้ให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยร่วมกันก่อเหตุกับภรรยา ซึ่งถูกจับกุมตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ เบื้องต้นจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหารายนี้ก่อนนำตัวส่ง สภ.ธัญบุรี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ขณะที่ส่วนของคดีอื่นๆนั้น ทาง พล.ต.ท.อําพล บัวรับพร ผบช.1 ได้สั่งการให้สืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ รวมถึงยังได้เตรียมประสานไปยัง ปปง. เพื่อดำเนินการในส่วนของการฟอกเงิน เนื่องจากผู้ต้องหานั้นมีพฤติกรรมทำความผิดซ้ำๆเข้าข่ายกระทำผิดฉ้อโกงเป็นธุระ และเตรียมตรวจสอบว่าการกระทำความผิดของผู้ต้องหารายนี้เข้าข่ายการฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ต่อไป