ซ่าส์ไม่หยุดลูกทรพีใช้อาวุธมีดฆ่าพ่อตัวเองรุมกระทืบผู้ต้องหาคดีอื่นคาห้องขังอาการสาหัส

ภูมิภาค7 ม.ค. 2562 • 11:34 น.
ซ่าส์ไม่หยุดลูกทรพีใช้อาวุธมีดฆ่าพ่อตัวเองรุมกระทืบผู้ต้องหาคดีอื่นคาห้องขังอาการสาหัส
ซ่าส์ ไม่หยุด "ไอ้เอส" ลูกทรพีใช้อาวุธมีดฆ่าพ่อตัวเองจนเสียชีวิต รุมกระทึ๊บผู้ต้องหาคดีอื่นคาห้องขังอาการสาหัส ผกก.ฯ ยอมรับข้อบกพร้อง ตั้งกรรมการสอบสวนสิบเวรและนายตำรวจเวร ให้รู้ผลภายใน 15 วัน ใครผิดฟันไม่เลี้ยง เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 7 ม.ค. 2562 พ.ต.อ.วิโรจน์รัตน์ จั่นประดับ ผกก.สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น เรียกประชุมด่วน พ.ต.ท.ปรีชา อุ่นคำ รอง ผกก.(สส.)สภ.หนองเรือ และ พ.ต.ต.นพวิทย์ เศรษฐนิโรจน์ สว.(สส.)สภ.หนองเรือ หลังเกิดเหตุผู้ต้องหารุมทำร้ายร่างกายกันภายในห้องขังของ สภ.หนองเรือ จนมีผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส พ.ต.อ.วิโรจน์รัตน์ จั่นประดับ ผกก.สภ.หนองเรือ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายในห้องขังของ สภ.หนองเรือจริง โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกเหตุการณ์เอาไว้ได้ทั้งหมด โดย เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.46. น.วันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมาซึ่งในขณะนั้นมีผู้ต้องหาคดีฆ่าคนตาย ชื่อนายยุทธนา หรือ เอส แสนภักดี อายุ 37 ปี ถูกคุมขังอยู่ โดยทำการคุมขังหลังก่อเหตุฆ่าบิดาของตัวเองจนเสียชีวิต มาตั้ง แต่คืนวันที่ 4 ม.ค. จากนั้นในช่วงบ่ายของวันที่ 5 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้จับกุมตัวนายเชาวลิต จำปาหวาย อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาในคดียาเสพติด มาควบคุมตัวไว้ในห้องขังเดียวกัน โดยที่บริเวณหน้าห้องขังมีสิบเวร เข้าเวรรักษาการณ์ตลอดเวลา ซึ่งหลังจากเข้าห้องขังแล้ว ผู้ต้องหาทั้งสองก็ต่างคนต่างอยู่ นายเอส ก็มีท่าทีปกติ และไม่คาดคิดว่านายเอสจะก่อเหตุต่อเนื่องด้วยการทำร้ายผู้ต้องหาด้วยกัน " ขณะที่สิบเวร เข้าห้องน้ำปลดทุกข์ เจ้าหน้าที่ในห้องสื่อสาร ที่เข้าเวรยามอยู่ ได้นั่งดูกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในห้องขัง พบว่านายเอส ได้เดินเข้าไปกระทบนายเชาวลิต ขณะนอนหลับอยู่ที่พื้น จึงรีบแจ้งวิทยุและวิ่งลงไปช่วย ซึ่งเป็นจังหวะที่สิบเวรยามออกจากห้องน้ำ จึงรีบไขกุญแจห้องขังนำคนเจ็บส่งรพ.ศูนย์ขอนแก่นทันที" พ.ต.อ.วิโรจน์รัตน์ กล่าวต่ออีกว่า หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล และได้เดินทางเข้าเยี่ยมคนเจ็บพร้อมกับนำคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดไปให้บิดามารดา ของคนเจ็บดูที่โรงพยาบาล เพื่อยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำร้ายผู้ต้องหา แต่เป็นเหตุการณ์ที่ผู้ต้องหาทำร้ายกัน โดยที่นายเชาวลิตไม่ได้ต่อสู้เลย "เรื่องที่เกิดขึ้น ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้คลายความคลางแคลงใจที่ญาติอาจจะข้องใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ไม่ได้ปฏิเสธคามรับผิดชอบ เพราะต้องยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีความบกพร่อง จึงต้องมีคณะกรรมการมาตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด และต้องสรุปผลตรวจสอบภายใน 15 วัน" ผกก.สภ.หนองเรือ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับนายเอส ที่เป็นผู้ต้องหาในคดี ฆ่าคนตาย นั้นได้มีการแจ้งข้อหาไปเรียบร้อยแล้ว และตามขั้นตอนต้องคุมตัวส่งศาลเพื่อฝากขังในคดีฆ่าคนตาย แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายกันในห้องขังขึ้น ซึ่งเป็นการก่อเหตุต่อเนื่องของผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนต้องแยกคดีออกจากกัน ซึ่งขณะนี้คดีฆ่าคนตาย ขั้นตอนทุกอย่างเรียบร้อยแล้วคุมตัวส่งศาลเพื่อฝากขังที่ศาลเป็นครั้งแรกแล้ว และพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาเพิ่ม คือข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนบาดเจ็บสาหัส ซึ่งพนักงานสอบสวนเป็นคนละคนกันและได้แยกเป็นคนละคดี ที่จัดเป็นคดีที่ต่างกรรมต่างวาระกัน " ขณะเดียวกันในส่วนของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากากรถูกนายเอสทำร้างร่างกายนั้น พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีซึ่งต้องนำตัวผู้ต้องหาในคดีส่งศาล แต่ไม่มีตัวผู้ต้องหานำส่งศาล ในเรื่องนี้ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนทำเรื่องรายงานต่อศาลว่า เพราะเหตุใดจึงนำตัวผู้ต้องหามาส่งศาลไม่ได้ และพนักงานสอบสวนต้องรับคดีทำร้ายร่างกายด้วย แต่เมื่อนายเอส ถูกคุมตัวไปฝากขังในคดีฆ่าคนตายแล้ว พนักงานสอบสวนในคดียาเสพติด และคดีทำร้ายร่างกาย ต้องรีบรายงานต่อศาลทันที ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.หนองเรือได้จัดการทุกอย่างตามขั้นตอนของกฎหมายเรียบร้อยแล้ว" ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ที่ รพ. ขอนแก่น โดยพบกับนางประกาย จำปาหวาย แม่ของผู้ต้องหาที่ถูกนายเอสทำร้ายร่างกาย โดยนางประกาย กล่าวว่า ขณะนี้ลูกชายอาการสาหัสยังไม่ได้สติ ไม่รู้สึกตัวตั้งแต่นำส่งโรงพยาบาล ทั้งนี้โดยส่วนตัวไม่เชื่อว่าผู้ต้องหาทำร้ายร่างกาย เพราะถ้าทำร้ายร่างกายในห้องขังจริงไม่น่าจะช้ำแค่ที่ระดับคอขึ้นไปถึงหัวเท่านั้น ตามตัวไม่มีบาดแผลหรือรอยช้ำ เชื่อว่าถ้าคนจะตีต้องไม่ตีซ้ำๆเพียงแค่จุดเดียว ถ้าเป็นนักโทษด้วยกัน ก็ต้องตีไปทั้งตัวมีบาดแผลรอยช้ำทั้งร่างกาย ไม่ใช่เพียงแค่ระดับคอถึงหัวเท่านั้น " เจ้าหน้าที่ตำรวจมาพบที่โรงพยาบาลและได้นำคลิปวงจรปิดมาให้ดูแล้ว แต่ไม่เชื่อว่าจะเป็นลูกชายของตนเพราะ นอนนิ่งอยู่เฉยๆ ไม่เห็นหน้าเห็นตา ในคลิปเห็นแค่มีชายคนหนึ่งลุกขึ้นไปเตะไม่ยั้ง เพราะครั้งก่อนที่ลูกชายเคยโดนจับ ก็เชื่อว่าถูกตำรวจซ้อมไปแล้วครั้งหนึ่ง ตำรวจก็บอกว่าเอายาหม่องไปทา ลูกคุณโดนซ้อม” นางประกาย กล่าวต่ออีกว่า หลังดูคลิปก็มีคำอธิบายของตำรวจบอกว่า ตำรวจที่เฝ้าอยู่หน้าห้องขัง ออกไปเข้าห้องน้ำ ระหว่างนั้นผู้ต้องหาที่โดนจับเป็นคนบ้าไปซ้อมลูกชาย ซึ่งดูกล้องวงจรปิดแล้ว แต่ก็ไม่เชื่อว่าจะเป็นลูกตัวเองที่อยู่ในคลิป แต่เชื่อว่าลูกของตนเองถูกตำรวจซ้อมอย่างแน่นอน ซึ่งอยากจะขอความเป็นธรรมในส่วนนี้