ผู้บริหารตลาดสุรนครโคราช แจงข้อเท็จจริง เป็นแพะเหตุชุลมุนการ์ดปะทะตำรวจ จ่อแจ้งความเอาผิดอาญา-แพ่ง
จากกรณีเมื่อช่วงสายวันที่ 4 ธค.ที่ผ่านมา ที่ตลาดกลางสุรนคร ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งผักผลไม้ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ตั้งอยู่ริม ถ.มิตรภาพ ตรงข้ามสถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมา แห่งที่ 2 นายสินชาย คุ้มศรีวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะผู้ชำระบัญชีตามคำสั่งศาลจังหวัดนครราชสีมา (จพค.) พร้อมนายวุฒิชัย ทรงคุณ เจ้าพนักงานบังคับคดีชำนาญการ ได้นำเอกสารแจ้งต่อผู้ครอบครองพื้นที่สำนักงานตลาดกลางสุรนคร เพื่อบังคับคดีตามอำนาจหน้าที่ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง นครราชสีมา และหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา สนธิกำลังกว่า 50 นาย อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย แต่ฝ่ายผู้ครอบครองได้ใช้เครื่องพันธนาการประตูเหล็กและนำรั้วหนามหีบเพลงมาวางปิดกั้นป้องกันบุคคลภายนอกเข้าไปในพื้นที่สำนักงาน ฯ เพื่อครอบครองการบริหารจัดการดูแลผลประโยชน์เดือนละกว่า 10 ล้านบาท ขณะที่ จพค.เจรจาขอให้ผู้ครอบครองขนย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่พิพาท เพื่อให้ผู้บริหารรายใหม่เข้ามาบริหารกิจการ แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพยายามบุกฝ่าแนวกั้นเผชิญหน้ากำลังชายฉกรรจ์ชุดดำหลายสิบคนยืนตั้งแถวเป็นโล่มนุษย์ ทำให้เกิดเหตุชุลมุนยื้อยุดฉุดกระฉากกอดรัดฟัดเหวี่ยงและสามารถจับกุมตัวชายชุดดำ 2 คน พกอาวุธปืนสั้น เป็นเวลากว่า 10 นาที เจ้าหน้าที่สามารถผ่าแนวกั้นเข้าเปิดประตูได้อย่างทุลักทุเล ท่ามกลางความแตกตื่นของผู้ประกอบการและประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า แต่ไม่มีเหตุรุนแรงบานปลายเกิดขึ้น ซึ่งฝ่ายผู้ครองครองได้ยินยอม เพื่อใช้สิทธิทางกฎหมายต่อไป
นางกัญญานนท์ กมลยะบุตร กรรมการผู้มีอำนาจ บริษัท สุรนครเมืองใหม่ จำกัด และที่ปรึกษากฎหมาย ได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน ได้เดินทางมาส่งมอบทรัพย์สินที่ใช้ครอบครองที่ดินและอาคาร สิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในตลาดกลางสุรนครเมืองใหม่ บนที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 68655,68654,68656,3911 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา และโฉนดเลขที่ 175513 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ให้กับนายสินชาย ผอ.สนง.บังคับคดี ฯ และลงนามในเอกสารระบุตนและบริวารยินดีออกจากที่ดินพิพาทและประสงค์ขอส่งมอบการครอบครองที่ดินและอาคาร สิ่งปลูกสร้างต่างๆ แก่ผู้ชำระบัญชีและขอให้ตรวจรับการส่งมอบและตรวจสอบทรัพย์สินตามขั้นตอนของกฎหมาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บริษัท สุรนครเมืองใหม่ จำกัด ถูกเชื่อมโยงอ้างผู้ครอบครองเป็นบริวาร ซึ่งมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางทางตรงและทางอ้อม ทำให้ตกเป็นแพะเป็นจำเลยสังคม ทั้งๆที่สูญเสียทุกอย่างแล้ว กิจการภายในตลาดได้ยกคืนตามคำสั่งศาล ผลกระทบชัดเจนคือแผนการดำเนินธุรกิจใหม่ต้องชะงัก เนื่องจากนักลงทุนเห็นข่าวที่มีนำเสนอไม่เป็นความจริงได้ชะลอการตัดสินใจ สถาบันการเงินได้พิจารณาเครดิตใหม่ เนื่องจากมีความเข้าใจตนดื้อแพ่งไม่ยอมจบเรื่องพิพาท
"บริษัท สุรนครเมืองใหม่ จำกัด ได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลทุกประการ ที่สำคัญตนเป็นนักธุรกิจที่อยู่ในช่วงวัยเกษียณไม่ต้องการไปสู้รบหรือสร้างศัตรูหรือค้าความกับใคร อยากทำมาหากินอย่างสงบสุข ต้องขอความเป็นธรรมจากสังคมและจำเป็นต้องใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อกอบกู้เกียรติยศศักดิ์ศรีและความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจกลับคืนมา เตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญาอย่างแน่นอน" นางกัญญานนท์ กล่าว
+++++++++++++++++