รวบมือฆ่าฝังดินอำพราง เผยทำพิธีสะกดวิญญาณ แต่ยังถูกตามหลอกหลอน
ตร.คุมตัวมือฆ่าฝังดินอำพราง ทำแผน สารภาพโมโหผู้ตายเซ้าซี้ถามหาอดีตแฟน เผยทำพิธีสะกดวิญญาณ แต่ยังถูกตามหลอกหลอน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 ธ.ค.65 พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ พร้อม พ.ต.อ.สาธิต สถิตถาวร ผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์, พ.ต.ท.วิชาญ กระจ่างโพธิ์ รอง ผกก.สืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์, พ.ต.ท.ภูวดิท ปิติภัทรชนากร รอง ผกก.สืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัด, พ.ต.ต.ทวิช อินทร์ประสิทธ์ สว.สภ.หนองไทร และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายคนาวิน (ขอสงวนนามสกุล) หรือเต้อ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าฝังดินอำพรางศพนายธิติศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) หรือเท่ห์ อายุ 26 ปี หมกในร่องน้ำกลางไร่อ้อยด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้านเสลาโสรง ต.ทรัพย์พระยา อ.นางรอง ซึ่งพบศพเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา
โดยได้นำของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุ ประกอบด้วยอาวุธปืน พร้อมกระสุน จอบ ไฟฉายส่องสว่างแบบคาดศรีษะ และมีดปลายแหลม มาประกอบการแถลงข่าวด้วย พร้อมทั้งได้ให้พ่อแม่ของผู้ตายมาร่วมรับฟังการแถลงข่าว และซักถามข้อสงสัยต่างๆ ด้วย
หลังจากแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ควบคุมตัวนายคนาวิน ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุบริเวณไร่อ้อยด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้านเสลาโสรง โดยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ติดตามการทำแผนด้วยตัวเอง ซึ่งจุดแรกได้นำผู้ต้องหาชี้จุดที่กำลังยืนดักหนูนา แล้วนายเท่ห์ ผู้ต้องหามาถามหาอดีตแฟนตัวเอง จุดที่ 2 คือบริเวณริมขอบสระที่ทั้งสองมีปากเสียงทะเลาะชกต่อยกันแล้วผลักผู้ตายล้มข้างขอบสระก่อนใช้อาวุธปืนยิงพอเสียชีวิตก็ใช้เชือกรัดคอ แขน และข้อเท้าผูกติดกับขอนไม้เพื่อถ่วงน้ำแต่ไม่จม จุดที่ 3 คือจุดที่ลากศพผู้ตายไปฝังในร่องน้ำกลางป่าอ้อย พร้อมทำพิธีสะกดวิญญาณ และจุดที่ 4 คือจุดที่วางเหรียญเพื่อสะกดวิญญาณ ซึ่งผู้ต้องหาก็ให้ความร่วมมือในการทำแผนชี้จุดเป็นอย่างดี ท่ามกลางชาวบ้านและญาติที่มามุงดู
ขณะที่นางลิ้ม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี แม่ผู้ตาย ซึ่งมาดูการทำแผนด้วยก็ร้องไห้ พร้อมบอกว่า ไม่เชื่อว่านายเต้อ จะก่อเหตุคนเดียว เพราะลูกชายเป็นคนรูปร่างใหญ่ จึงคิดว่าน่าจะมีคนอื่นร่วมก่อเหตุฆาตกรรมและอำพรางศพลูกชายด้วย อยากให้ติดตามผู้ที่ร่วมก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายทุกคน ส่วนตัวไม่ขออโหสิกรรมให้ผู้ต้องหาเพราะลงมือฆ่าลูกชายอย่างโหดเหี้ยม อยากให้ลงโทษสถานหนักเป็นไปได้อยากให้ประหารชีวิตให้ตายตกตามกันไป
จากการสอบปากคำนายคนา หรือเต้อ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนเองได้เดินมาจากกระท่อมห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 260 เมตร เพื่อไปดักหนูนาที่ริมสระน้ำใกล้จุดเกิดเหตุที่พบศพ ขณะกำลังใช้ไฟส่องสว่างแบบไฟฉายคาดหัวเพื่อส่องหาหนู ไม่นานนายเท่ห์ ผู้ตายได้เดินมาหา แล้วถามว่าเห็น น.ส.โบว์ ซึ่งเป็นอดีตแฟนที่นายเท่ห์ เคยคบหาหรือไม่ นายเต้อ ก็บอกว่าไม่เห็น จากนั้นนายเท่ห์ ขอบุหรี่ซึ่งเป็นแบบยาเส้นจากนายเต้อ 2 มวนพอนายเท่ห์ สูบหมด ก็ยังถามซ้ำอีกว่าเห็น น.ส.โบว์ มั้ย นายเต้อ ผู้ต้องหาจึงเกิดความนำคาญเนื่องจากผู้ตายมีอการหลอนเนื่องจากเคยรักษาอาการทางประสาทและชอบดื่มสุราประจำ จึงคิดไปเองว่าตัวเองยังคบหากับอดีตแฟนสาว จึงมาถามหาอดีตแฟนสาวกับนายเต้อ และนายเทห์ ยังแสดงอาการโมโหและจะเข้าทำร้ายนานเต้อ จึงใช้มือปัดป้อง จนเกิดเหตุชกต่อยกันชุลมุนบริเวณขอบสระ แล้วนายเต้อ ได้ผลักนานเท่ห์ เสียหลักล้มเพราะเป็นทางลาดชัน ด้วยอารมณ์โมโหประกอบกับนายเท่ห์ รูปร่างใหญ่กว่าคงสู้ไม่ได้ นายเต้อ จึงไปหยิบปืนพกสั้นจากกระเป๋าสะพายที่แขวนไว้บนบนต้นกล้วยแล้วยิงใส่นายเท่ห์ 1 นัดแต่ไม่รู้ว่าโดนจุดไหนแล้วล้มลงนอนแน่นิ่ง ด้วยความตกใจและกลัวความผิด จึงคิดอำพรางศพเพื่อไม่ให้คนเห็น จากนั้นได้เดินทางกลับไปที่กระท่อมเอาเชือกไนล่อนสีเขียวที่คอกวัว แล้วใช้เชือกมัดคอ มือข้อเท้าของผู้ตายเพื่อผูกติดกับขอนไม้บริเวณขอบสระเพื่อหวังจะถ่วงน้ำอำพราง แต่เมื่อผลักลงน้ำแล้วศพไม่จม จึงเปลี่ยนใจแกะเขือกออกแล้วลากศพไปที่ร่องน้ำห่างจากสระ 10 เมตร นำศพลงในร่องน้ำในลักษณะคว่ำหน้าแล้วใช้จอบขุดดินในร่องออกเพื่อนำร่างลงไป
จากนั้นก็ทำพิธีสะกดวิญญาณคนตายตามความเชื่อที่เคยดูจากยูทูป โดนเอาหญ้าคาที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุมามัดรวบแล้วผูกศรีษะคนตาย ทั้งผูกที่แขนข้างซ้ายและข้อเท้าซ้ายด้วย แล้วท่องนโม 3 จบแล้วกล่าวคำสะกดวิญญาณ จากนั้นก็เอาดินฝังกลบร่างผู้ตาย และได้วางเหรียญบาท 2 เหรียญไว้ที่ข้างกอกล้วยใกล้กับศพตามความเชื่อไม่ให้ผุดไปเกิด แต่วิญญาณคนตายก็ยังตามหลอกหลอน ต่อมาเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ได้นำเสื้อผ้าที่สวมใส่วันเกิดเหตุไปเผาทำลายหลักฐาน และเอาปืนที่ใช้ก่อเหตุห่อใส่ถุงพร้อมกับกระสุนปืนไปทิ้งในสระน้ำชลประทาน หลังทำแผนได้คุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน
เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ฝังซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”