เจ้าของร้านสุดงง ส่งมือถือเกือบ 2 หมื่น ผ่านบริษัทขนส่งชื่อดัง ถึงลูกค้าบอกได้รับก้อนอิฐ

ภูมิภาค20 ต.ค. 2563 • 09:15 น.โดย ขวัญชัย
เจ้าของร้านสุดงง ส่งมือถือเกือบ 2 หมื่น ผ่านบริษัทขนส่งชื่อดัง ถึงลูกค้าบอกได้รับก้อนอิฐ
เจ้าของร้านขายโทรศัพท์มือถือที่บุรีรัมย์สุดงง โร่แจ้ง ตร. หลังส่งมือถือราคาเกือบ 20,000 บาท ผ่านบริษัทขนส่งชื่อดัง ถึงปลายทางลูกค้าที่สั่งกลับโวยได้รับก้อนอิฐ พร้อมเรียกร้องให้ร้านชดใช้เงินคืน แต่ตรวจสอบกลับพบพิรุธมีชายปริศนาโผล่ แจ้งยกเลิกสินค้าหลังส่ง 1 ชม. แต่พนักงานขนส่งกลับไม่ขอดูบัตร ส่วนลูกค้าที่สั่งก็เป็นเฟสปลอม วอน ตร. และบริษัทขนส่ง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง (20 ต.ค.63) นายศราวุธ จิตตวิวัฒนา และ น.ส.วิริษฐา ฉายวิมล สองสามีภรรยา เจ้าของร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ หลังจากเมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา มีลูกค้าซึ่งอ้างว่า ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์ ได้แชทผ่านเฟซบุ๊กมาติดต่อซื้อโทรศัพท์มือถือ มือสองที่ร้าน โดยตกลงซื้อยี่ห้อไอโฟน xs max สีทอง ในราคา19,500 บาท โดยลูกค้าเลือกแบบเก็บเงินปลายทาง จึงคิดค่าบริการเพิ่มอีก 300 บาท รวมเป็น 19,800 บาท จากนั้นทางร้านก็ทำการแพ็กโทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าวตามที่ลูกค้าตกลงซื้อ แล้วให้ลูกน้องนำไปส่งที่บริษัทขนส่งสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง ในตัวเมืองบุรีรัมย์ เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. ของวัน 17 ต.ค. และเมื่อส่งสินค้าแล้วลูกค้าก็ขอให้ส่งใบเสร็จไปให้ด้วย แต่พอวันต่อมาลูกค้ากลับแชทมาต่อว่า ทางร้านว่าทำไมถึงส่งก้อนอิฐมาให้ พร้อมแสดงความไม่พอใจและเรียกร้องให้ทางร้านชดใช้เงินค่าโทรศัพท์คืนให้ ซึ่งทางก็ตกใจและรู้สึกงงมาก ว่าทำไมลูกค้าถึงได้รับก้อนอิฐแล้วโทรศัพท์มือถือที่ส่งไปหายไปไหน จึงบอกให้ลูกค้าถ่ายรูปกล่องสินค้าส่งกลับมาให้ดู ลูกค้าก็บอกว่าบังเอิญตอนที่เปิดสินค้าดูได้ถ่ายคลิปเก็บไว้พอดี จึงขอให้ส่งมาให้ดู แต่พอดูคลิปที่ลูกค้าส่งมากลับพบว่ากระดาษกาวที่ปิดรอบกล่องไม่ใช่ที่ทางร้านใช้ เหมือนกับว่ากล่องถูกแกะแล้วใช้เทปกาวอันใหม่ปิด จึงบอกให้ลูกค้าใจเย็นๆ ก่อนทางร้านจะช่วยตรวจสอบให้ จากนั้น ทางร้านจึงไปขอตรวจสอบข้อมูลกับทางบริษัทขนส่งที่ใช้บริการส่งสินค้า ทางบริษัทก็ให้ดูภาพจากกล้องวงจรปิด ปรากฎว่าช่วงเวลาประมาณบ่าย 3 โมงกว่า ซึ่งห่างจากที่ทางร้านมาส่งสินค้าเพียง 1ชั่วโมง ได้มีชายปริศนาซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใคร ได้เข้าไปแจ้งยกเลิกสินค้าของทางร้านที่จัดส่งไปให้กับลูกค้า แต่ทางพนักงานกลับไม่ได้ขอดูบัตรประชาชนของชายปริศนาที่มาแจ้งยกเลิกสินค้า ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วการส่งสินค้าหรือแจ้งยกเลิกสินค้าจะต้องขอดูบัตรประชาชน แล้วบันทึกไว้ว่าใครเป็นคนมาแจ้งยกเลิก และจะต้องแสดงใบเสร็จให้พนักงานดูด้วย แล้วจู่ๆ พนักงานก็เซ็นยกเลิกสินค้าโดยที่ไม่ตรวจสอบเลย ทางร้านก็เริ่มเอะใจถึงความผิดปกติหลายๆ อย่าง จึงได้ตรวจสอบไปยังเฟสของลูกค้าอีกรอบ กลับพบว่าเป็นเฟสปลอมที่เพิ่งเปิดใช้ไม่นาน และลูกค้าไม่ได้ทำงานในโรงพยาบาลตามที่กล่าวอ้าง ที่สำคัญหากลูกค้าได้รับก้อนอิฐจริงทำไมถึงไม่ไปแจ้งความ แล้วเวลาทางร้านพยายามติดต่อไปให้มาเจอกันที่ร้านหรือที่โรงพัก เพื่อจะได้เจรจาตกลงกันเรื่องที่ไม่ได้รับสินค้า ลูกค้ากลับบ่ายเบี่ยงอ้างว่าไม่สะดวกซึ่งผิดปกติของผู้เสียหายทั่วไป จากกรณีที่เกิดขึ้น ทางร้านก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทางบริษัทขนส่งดังกล่าว ช่วยตรวจสอบด้วยว่ามือถือที่ส่งไปถึงปลายทางกลายเป็นก้อนอิฐได้ยังไง แล้วชายปริศนาที่ไปแจ้งยกเลิกสินค้าเป็นใคร ตอนนี้โทรศัพท์มือถืออยู่กับใคร เพราะทางร้านได้รับความเสียหาย เพราะมูลค่ามือค่อนข้างสูงเกือบ 2 หมื่นบาท ทั้งเกรงว่าอาจจะมีการทำเป็นขบวนการหรือไม่ แล้วต่อไปใครจะกล้าใช้บริการส่งสินค้ากับบริษัทขนส่งอีก ก็อยากฝากเตือนคนที่ขายสินค้าออนไลน์ที่จำเป็นต้องใช้บริการขนส่งสินค้าลักษณะนี้ ก็ต้องรอบคอบและระมัดระวังให้มากขึ้นด้วย