มท.3 ลงพื้นที่ดูแหล่งน้ำคลองพังงา ยันเดินหน้าโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาคพังงา-ภูเก็ตรับเติบโตศก.
มท.3 ลงพื้นที่ดูแหล่งน้ำคลองพังงา ยันเดินหน้าโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาคพังงา-ภูเก็ต รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ เผยผลิตน้ำได้วันละ 70,000 คิว พร้อมชี้แจงประชาชนเพื่อผลประโยชน์ชาติ
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายบุญยก คงกิจ รองผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาคสาขาพังงา หมู่ 1 ต.ถ้ำน้ำผุด อ.เมือง จ.พังงา เพื่อสำรวจแหล่งน้ำคลองพังงา โดยมี นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พ.ต.อ.โชติ ชิดชัย รองผบก.ภ.จว.พังงา หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่การประปาส่วนภูมิภาคสาขาพังงา เข้าร่วมประชุมเพื่อบูรณาการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่พังงา-ภูเก็ต โดยทาง การประปาส่วนภูมิภาค มีแผนดำเนินโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยาย การประปาส่วนภูมิภาคสาขาพังงา-ภูเก็ต ผลิตเป็นน้ำประปาส่งจ่ายยังพื้นที่จ่ายน้ำของพังงา-ภูเก็ต แบ่งเป็นแผนงาน อำเภอเมืองพังงา – อำเภอตะกั่วทุ่ง งบประมาณกว่า 3,500 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพระบบประปาให้สามารถรองรับความต้องการใช้น้ำของภาคครัวเรือนและธุรกิจจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและขยายตัวของชุมชนในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายรองรับผู้ใช้น้ำประมาณ 45,000 ราย ในช่วงระยะเวลา 10 ปี
ขณะที่ทางภาครัฐได้ประชุมถึงแผนงานดังกล่าว นายชนัญ เรืองผล ประธานเครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำคลองพังงา ประกอบด้วยตัวแทนชาวบ้านจาก ต.ถ้ำน้ำผุด ต.นบปริง ต.ป่ากอ ต.ทุ่งคาโงก อ.เมืองพังงา จำนวนหนึ่งรวมกลุ่มเดินถือป้ายคัดค้านโครงการดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่า การประปาส่วนภูมิภาค ใช้ทรัพยากรในพื้นที่พังงา
โดยต้องการส่งน้ำเข้าภูเก็ตทำให้ชาวบ้านที่ที่เสี่ยงและประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่เพิ่มยิ่งขึ้น โดยทางเครือข่ายดังกล่าวได้ยื่นหนังสือ ต่อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กรณีความขัดแย้งเรื่องการนำน้ำจากลุ่มน้ำคลองพังงา ขายจังหวัดภูเก็ต ทั้งยังวิตกกังวลว่าโครงการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนหากไม่ดำเนินการอย่างรอบคอบทำให้ปัญหาและความขัดแย้งตามมา พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐ คืนสภาพป่าต้นน้ำและระบบนิเวศริมน้ำคลองงาให้คืนมาเพื่อน้ำมีความเพียงพอในอนาคต จัดหาแหล่งน้ำอื่นที่พอเพียงไม่กระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ กลุ่มทุนเตรียมกว้านซื้อที่ดินเพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และนำน้ำจากลุ่มน้ำคลองพังงาขายนั้นไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้องแต่กลับเป็นการสร้างปัญหาใหม่เกิดขึ้น
โดยทาง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รับหนังสือพร้อมสั่งให้ทุกหน่วยงานทั้งในพื้นที่และที่เกี่ยวข้องนำข้อเรียกร้องดังกล่าวเข้าช่วยเหลือประชาชน พร้อมยืนยันกับกลุ่มเครือข่ายฯ ว่าทางภาครัฐยังคงดำเนินการตามโครงการต่อเนื่องจากเห็นว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชนทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ ต่อมาเดินทางยัง สถานที่ผลิตน้ำประปา บริเวณคลองพังงา หมู่ 4 ต.นบปริง อ.เมือง จ.พังงา เพื่อดูสภาพแหล่งน้ำที่ใช้ในการผลิตน้ำประปาส่วนภูมิภาคสาขาพังงาในปัจจุบัน