ถอดบทเรียนน้ำท่วมใหญ่ปี 53 ขนย้ายสิ่งของในอาคารโภชนาการ รพ.มหาราช นครราชสีมา เก็บไว้บนที่สูง
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม ที่ลำบริบูรณ์ ฝายน้ำในลุ่มน้ำลำตะคอง ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายชุยธพงศ์ อำรุงสุข ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง สำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 4 ประตูระบายน้ำ (ปตร.) ศาลาโพธิ์เตี้ย ได้นำเครื่องจักรกลหนักขุดเปิดเส้นทางน้ำในคลองน้ำสาขาลำบริบูรณ์ เพื่อเร่งระบายมวลน้ำให้ไหลสะดวกและบรรเทาปัญหาน้ำเอ่อล้นตลิ่งที่ไหลท่วมบ้านเรือนราษฎรจำนวน 150 หลังคาเรือน ในพื้นที่ ต.หมื่นไวย และ ต.จอหอ อ.เมือง และแปลงเกษตรกรรมรวมทั้งเส้นทางคมนาคม
นายชยุธพงศ์ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากพายุโซนร้อน “โนอึล” และฝนตกหนักในพื้นที่ อ.สีคิ้ว อ.ด่านขุนทด และ อ.สูงเนิน ส่งผลให้มีน้ำฝนไหลลงลำห้วยไผ่ ลำน้ำสาขาลำตะคอง เป็นเหตุให้พื้นที่ลำตะคองตอนล่าง อ.สูงเนิน อ.ขามทะเลสอ อ.เมือง และ อ.เฉลิมพระเกียรติ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและทางน้ำเป็นคอขวดได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นตลิ่ง โดยประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และฝ่ายปกครองรวมทั้งอาสาสมัครกู้ชีพจัดกำลังเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจ ช่วงเส้นทางลำตะคองไหลผ่านเขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา ได้ติดตั้งป้ายแจ้งเตือนโดยใช้สีเป็นสัญลักษณ์ที่ทางเข้าชุมชนมิตรภาพ ซอย 4 หมู่บ้านวีไอพี และสะพานโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา นอกจากนี้ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำที่ท้าย ปตร.ข่อยงาม ต.หัวทะเล และ ปตร.จอหอ ต.จอหอ พร้อมปรับยกบานประตูระบายน้ำ เพื่อเร่งระบายมวลน้ำหลายล้าน ลบ.เมตร ให้ไหลผ่านพื้นที่เศรษฐกิจสะดวกและเร็วที่สุดรวมทั้งเตรียมรับพายุที่จะเคลื่อนพื้นที่ในวันที่ 9-10 ตค.นี้
สถานการณ์ล่าสุดเขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว มีปริมาณน้ำ 201 ล้าน ลบ.เมตร หรือ 64 % ของความจุเก็บกัก 314 ล้าน ลบ.เมตร ยังเหลือพื้นที่รับน้ำ 110 ล้าน ลบ.เมตร โครงการฯ ได้ปิดประตูระบายน้ำมาตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา โดยให้การประปาท้องถิ่นจำนวน 81 แห่ง บริหารจัดการน้ำฝนที่ตกท้ายเขื่อน จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงน้ำที่ไหลล้นตลิ่งมิใช่โครงการระบายน้ำลงคลองน้ำธรรมชาติตามที่มีหลายฝ่ายเข้าใจแต่อย่างใด
และช่วงเย็นที่ผ่านมา ที่อาคารฝ่ายโภชนาการ รพ.มหาราชนครราชสีมา ซึ่งเป็นอาคารติดกับลำตะคอง นายชัยสิทธิ์ ภูผารัตน์ หัวหน้าอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา สนธิกำลังเจ้าหน้าที่จำนวน 30 คน ขนย้ายอาหารวัตถุดิบและอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานโภชนาการ โดยนำไปเก็บรักษาไว้บนที่สูงกว่าปกติอย่างน้อย 60 เซนติเมตร รวมทั้งเคลื่อนย้ายรถบริการอาหารสามัญไฟฟ้าจำนวน 35 คัน นำไปไว้บริเวณห้องเก็บพัสดุอาคารเฉลิมพระเกียรติ เพื่อป้องกันมวลน้ำในลำตะคองที่อาจเอ่อไหลท่วม ซึ่งเคยเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อเดือนตุลาคม 2553 หรือ 10 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากระดับน้ำในลำตะคองได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง