พสกนิกรชาวนครปฐม ยิ้มแย้มเดินทางเข้าพื้นที่ศาลากลางเฝ้ารอรับเสด็จในหลวง-ราชินี

ภูมิภาค18 พ.ย. 2563 • 15:35 น.
พสกนิกรชาวนครปฐม ยิ้มแย้มเดินทางเข้าพื้นที่ศาลากลางเฝ้ารอรับเสด็จในหลวง-ราชินี
ประชาชน พสกนิกร พร้อมใจสวมเสื้อเหลือง ชมพู นั่งจับจองที่เฝ้ารอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ที่จะเสด็จพระราชดำเนินมาในจังหวัดนครปฐมเย็นนี้ โดยชาวสุรินทร์เตรียมขอถวายฎีกาช่วยช้างประสบปัญหาวิกฤติโควิด-19 วันนี้ 18 พ.ย. 63 บรรยากาศที่หน้าศาลอุธรณ์ภาค 7 และศาลจังหวัดนครปฐม รวมถึงหน้าศูนย์ราชการจังหวัดนครปฐมพสกนิกรชาวไทยในพื้นที่ัจังหวัดนครปฐม และจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ได้เดินทางเพื่อมุ่งหน้าในการจับจองพื้นที่เพื่อรอเฝ้ารับ-ส่ง เสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่จะเสด็จพระราชดำเนิน ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์และเปิดที่ทำการศาลอุธรณ์ภาค 7 และที่ทำการศาลจังหวัดนครปฐม โดยพสกนิกร ได้เดินทางเข้ามาจับจองสถานที่บริเวณริมทาเท้าและนำเสื่อและผ้ามาปูรองสำหรับนั่งพักและหาร่มไม้เพื่อหลบแสงแดดที่วันนี้มีแดดส่องแรงจ้าและมีอากาศร้อน แต่ประชาชนก็ไม่หวั่นซึ่ได้พร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลืองและสีชมพู รวมถึงนำพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมธงชาติเพื่อเตรียมสำหรับชูสะบัดเมื่อถึงเวลาเสด็จพระราชดำเนินมาถึง ขณะที่สำนักพระราชวัง และส่วนราชการ ได้มีการจัดตั้งโรงทานพระราชทานในการนำอาหารและเครื่องดื่มมาคอยให้บริการตลอดทั้งวัน บางรายยอมนั่งกลางแดดเพื่อที่จะจับจองที่ที่คาดว่าทั้งสองพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินผ่าน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่นตลอดระยะเวลาการรอคอย นางชาลิสา สุรชัยโชติพันธ์ กำนันตำบลพระปะโทน อำเภอเมืองนครปฐม บอกว่ามาเฝ้ารอรับเสด็จตั้งแต่ช่วงเช้าโดยมากับชาวบ้านซึ่งตนเองเคยรับเสด็จหลายครั้งแล้วซึ่งมาครั้งนี้มาด้วยหัวใจที่เคารพรักในสถาบันและตนเองเติบโตมาในครอบครัวที่มีแต่ความจงรักภักดี ไม่เคยมีโอกาสได้ใกล้ชิดแต่วันหวังว่าจะได้ใกล้ชิดพระองค์ท่านแน่นอน นางจุรีวัลย์ ลิมะวรารัตน์ อายุ 57 ปี ชาวกรุงเทพ บอกว่าตนเองมาสำรวจสถานที่ที่จะปักหลักรอรับเสด็จมาตั้งเมื่อวานเพื่อจะได้ใกล้ชิดในพระบารมมี ปกติตนเองจะไปรอเฝ้ารับเสด็จทุกครั้งเท่าที่จะไปได้ ตนเอมีความรักในสถาบันกษัตริย์เป็นอย่างยิ่งเพราะได้รับพระบารมีทุกพระองค์ โดยพระองค์มีความรักประชาชนหวังให้มีชีวิตที่ดี ซึ่งความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ มีมาอย่างยาวนานและต้องตลอดไป นายสุรสิทธิ์ มุทุสาหิม อายุ 46 ปี กรรมการช้างแห่งชาติ บอกว่า ตนเองเดินทางมาจากจังหวัดสุรินทร์ เพราะมีความเทิดทูนในสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งวันนี้ได้เดินทางกันมา 13 คน เพื่อหวังมาถวายฎีกา เรื่องช้างที่จังหวัดสุรินทร์ กำลังประสบปัญหาตั้งแต่วิกฤติโควิด-19 `ทำให้ช้างลำบากและคนเลี้ยงช้างก็กำลังตกงาน โดยได้ส่งเรื่องไปที่สำหนักนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยวันนี้แค่ได้เห็นพระบารมีของพระองค์ก็เป็นบุญตาแล้ว จึงได้เดินทางมาเพื่อเฝ้ารอรับเสด็จและหวังในพระบารมีจะช่วยวิกฤติช้าง ครอบครัวตนเอมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะช้างก็เป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับคนไทยและพระมหากษัตริย์ในหลายยุคหลายสมัยครอบครัวเราจึงเทิดทูนในสถาบันอย่างสูงสุดวัดนี้ก็มาแบบง่ายๆ เพื่อขอพระบารมีพระองค์ท่านให้ช่วยพวกเราในยามยากลำบากนี้