เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่า จ.กระบี่ ตรวจยึด พญากระรอกดำ ถูกลักลอบเลี้ยงในกรงร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยวหนองทะเล
เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่า จ.กระบี่ ตรวจยึด พยากระรอกดำ ถูกลักลอบเลี้ยงในกรงร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว หนองทะเล หลังจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแจ้งให้ช่วยเหลือสัตว์ป่าถูกขังกรง ผู้เลี้ยงเผย ถ้ารู้ถูกจับดำเนินคดี ปล่อยไปให้ตายไปแล้ว
เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุ่งทะเล อ.เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 4 ภาคใต้ เข้าตรวจสอบ ที่ร้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 2 ต.หนองทะเล อ เมืองกระบี่ หลังจากที่ได้รับแจ้งจาก นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติว่า มีการ ลักลอบเลี้ยงสัตว์ป่าคุ้มครอง เมื่อทางเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบปรากฎว่าได้พบพระญากระรอกดำ อยู่ตามที่ได้รับร้องเรียนมา ถูกขังอยู่ในกรง จำนวน 1 ตัว ซึ่งกระรอกดังกล่าวเป็น สัตว์ป่าคุ้มครองผิดกฎหมาย
ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดไว้ พร้อม จับกุมตัวนายสุรินทร์ อายุ 46 ปี อยู่ หมู่ที่ 2 ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ คิดเป็นค่าเสียหายต่อรัฐของราคาซื้อขายนกในท้องตลาด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,000 บาท แจ้งข้อกล่าวหาว่า ฐาน มีไว้ในความครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 17 ระวางโทษมาตรา 92 ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอ่าวนาง จ.กระบี่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายสุวัฒน์ สุขศิริ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุ่งทะเล ได้กล่าวว่า ได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติผ่านทางสื่อโซเซียลมีเดีย ว่า “In the Restaurant I found this caged animal” แปลว่า ในร้านอาหารฉันพบสัตว์ป่าถูกขังอยู่ในกรง พร้อมด้วยภาพร้านอาหาร และข้อความว่า “Is anything can be done? To save this beautiful wild” แปลว่า มีอะไรที่พอสามารถช่วยได้เพื่อรักษาความสวยงามของป่า ซึ่งอยู่บริเวณร้านอาหาร ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ตามที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติร้องเรียน พบกรงเหล็กขนาดใหญ่ และภายในกรงดังกล่าวมี สัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 จำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 134 คือพระยากระรอกดำจำนวน1 ตัว มีนายสุรินทร์ สืบมา อายุ 46 ปี เจ้าของร้าน ให้การรับสารภาพว่า ไม่มีใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 จึงทำการจับกุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า พบลูกพยากระรอกดำตกมาจากต้นไม้ใหญ่ในป่า พบว่าตาบอดทั้งสองข้าง จึงเกิดความสงสารจึงได้นำมาเลี้ยงไว้ ถ้ารู้ว่าถูกจับคงจะไม่เอามาเลี้ยงอย่างแน่นอน คงจะปล่อยให้ตายไปแล้วตั้งแต่แรก