จ่อเช็คบิล"เจ้าแม่เงินกู้"ส่งสมุนข่มขู่นักข่าว ลั่นเอาจริงไม่มีการช่วยเหลือ

ภูมิภาค11 ส.ค. 2565 • 22:01 น.
จ่อเช็คบิล"เจ้าแม่เงินกู้"ส่งสมุนข่มขู่นักข่าว  ลั่นเอาจริงไม่มีการช่วยเหลือ

จ่อเช็คบิล"เจ้าแม่เงินกู้"ส่งสมุนข่มขู่นักข่าวลั่นเอาจริงไม่มีการช่วยเหลือ ขณะที่ ผกก.รัตนาธิเบศร์ยืนยันไม่เคยท้าสื่อฯระบุสำนักข่าวแห่งหนึ่งเขียนมั่วทำให้เกิดความแตกแยกเสื่อมเสีย เตรียมทำหนังสือถึงกอง บก.ลบข้อความ

จากกรณีมีสำนักข่าวแห่งหนึ่งลงข่าวระบุว่า "ผกก.รัตนาธิเบศร์ ท้านักข่าวมาแจ้งความ ปมอ้างถูกเด็กเจ้าแม่เงินกู้ถือมีดดักทำร้าย แต่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจกล้องตามเวลาที่บอก กลับไม่พบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น"

โดยสำนักข่าวดังกล่าวลงเนื้อหากล่าวถึงว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา  น.ส.ชนติชา อายุ 29 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.ท.ปรัชญ์ พิชัย รอง สว.(สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ว่าได้ถูก น.ส.เมธินี  อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของเจ้าแม่เงินกู้รายหนึ่ง ทำร้ายร่างกายด้วยการจิกหัวตบหน้า เนื่องจากไปกู้เงินจำนวน 2 หมื่นบาท แล้วขาดส่ง นอกจากนี้ระหว่างเดินทางกลับจากบ้านผู้เสียหาย ได้ถูกลูกน้องเจ้าแม่เงินกู้เดินถือมีดในลักษณะข่มขู่ด้วย

โดย พ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก. สภ.รัตนาธิเบศร์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภาสกร ไชยทวีวงศ์ รอง ผกก.สส. และ พ.ต.ต.บรรจบ ราชกิจ สว.สส. ได้เชิญตัว น.ส.เมธินี และ น.ส.ชนติชา คู่กรณีทั้งสองมาสอบถามข้อเท็จจริง ซึ่ง น.ส.เมธินี กล่าวว่า น.ส.ชนติชา มาขอกู้เงินแม่ตนไป แต่ไม่ยอมจ่ายตามที่สัญญาไว้ วันเกิดเหตุตนกลับมาจากทำงานเห็น น.ส.ชนติชา เดินในซอยพอดี จึงเข้าไปถามว่าทำไมไม่จ่ายเงิน แต่ น.ส.ชนติชา กลับเถียงพูดจาไม่ดีใส่ ตนจึงได้ตบหน้า น.ส.ชนติชา ไป 3 ที และยืนยันว่าไม่ได้บอกว่ารู้จักกับตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ตามมีข่าวนำเสนอมั่ว ๆ ออกไป ตนแค่ท้าให้ไปแจ้งความเท่านั้น

ด้าน พ.ต.อ.เมษนนท์ กล่าวว่า น.ส.ชนติชา ได้เข้ามาแจ้งความเรื่องถูกทำร้ายร่างกายจริง แต่ไม่ได้ระบุว่ามีสาเหตุมาจากเรื่องกู้ยืมเงินกัน เมื่อทางเจ้าหน้าที่ทราบจากข่าวที่นำเสนอออกไปคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ทั้งเรื่องที่ผู้ก่อเหตุท้าให้ผู้เสียหายไปแจ้งความ แต่ไม่ได้พูดว่ารู้จักกับตำรวจทั้งโรงพัก รวมถึงเรื่องที่มีชายถือมีดมาดักรอทำร้ายผู้สื่อข่าวรายนี้ด้วย เนื่องจากหลังทราบเรื่อง ตนได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไล่กล้องวงจรปิดในชุมชนตามวันเวลาที่ระบุว่าถูกข่มขู่ทำร้าย แต่ไม่พบเหตุการณ์ใด ๆ ตามที่ผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวนำเสนอ ทำให้เมื่อมีข่าวออกไปโรงพักก็ได้รับความเสื่อมเสียเช่นกัน ดังนั้นหากเกิดเหตุตามที่นำเสนอข่าวออกไปจริง ตนขอให้มาเข้าแจ้งความได้เลย ถ้าเป็นเรื่องจริง

ต่อมาผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนนทบุรี ที่เดินทางไปทำข่าวในพื้นที่ดังกล่าวและถูกข่มขู่ทำร้ายร่างกาย ได้เดินทางเข้าแจ้งความพร้อมนำหลักฐานเป็นคลิปเสียงมอบให้ พ.ต.ท.วิทยา เซ็นบัว สารวัตรเวร สภ.รัตนาธิเบศร์  เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฏหมาย ในส่วนที่มีสำนักข่าวแห่งหนึ่งลงข่าวว่า "ผกก.รัตนาธิเบศร์ ท้าทายนักข่าวมาแจ้งความนั้น"ซึ่งหากทางผกก.รัตนาธิเบศร์ได้มีการพูดท้าทายหรือไม่ได้มีการพูดท้าทายสื่อจริง ก็ขอให้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว ถ้าหากไม่ได้พูดทางผกกก.รัตนาธิเบศร์จะต้องดำเนินคดีกับสำนักข่าวดังกล่าวที่ลงข่าวนี้และให้ทำการลบข่าวดังกล่าวทันที  

ล่าสุดเวลา 14.00 น.วันที่ 11 สิงหาคม 65 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สภ .รัตนาธิเบศร์  พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรีพ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผู้กำกับการ พ.ต.ท.ภาสกร ชัยทวีวงศ์ รองผู้กำกับสืบสวน พ.ต.ท.ทองรชฎเหรียญสุวงษ์ รองผู้กำกับการปราบปราม พร้อมด้วยสื่อมวลชนจากหลายสำนัก ร่วมพบปะพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากกรณีสื่อออนไลน์สำนักข่าวแห่งหนึ่งลงข่าวไม่เป็นความจริง พาดหัวว่า "ผู้กำกับสภ. รัตนาท้าสื่อแจ้งความ กรณีถูกลูกน้องเจ้าแม่เงินกู้ข่มขู่"

ซึ่งทางพ.ต.อ.เมษนนท์ ยืนยันว่าตนเองไม่มีการพูดคุยหรือให้ข่าวกับสื่อดังกล่าวเลย การลงพาดหัวข่าวเช่นนี้ เหมือนทำให้ตนกับผู้สื่อข่าวซึ่งทำงานร่วมกันด้วยดีมาตลอดมีปัญหากัน โดยต่อจากนี้ไปตนเองจะทำหนังสือไปถึงสื่อออนไลน์สำนักข่าวนี้เพื่อลบหัวข้อข่าวที่ทำให้ตนได้รับความเสียหายและเข้าใจผิดจากน้องๆ สื่อมวลชนที่ร่วมงานกันมานานหลายสิบปี โดยการพูดคุยในครั้งนี้มีการปรับความเข้าใจ

ขณะที่พล.ต.ไพศาล ผู้บังคับการภ.จว.นนทบุรี ได้ให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนำตัวนายกี้และนายต่อ ซึ่งเป็น 2 คนในวันเกิดเหตุโดยนายต่อถือมีดอีโต้ ส่วนนายกี้เป็นคนเรียกนายต่อออกมาและทำท่าเหมือนจะข่มขู่ผู้สื่อข่าวที่ไปทำข่าวในวันนั้น โดยทั้งสองคนได้ยกมือไหว้ขอโทษผู้สื่อข่าวพร้อมกล่าวว่าเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ซึ่งทางฝ่ายผู้สื่อข่าวเองก็ไม่ติดใจหรือประสงค์จะดำเนินคดี ส่วนเรื่องที่นางตุ๊กเจ้าแม่เงินกู้รายนี้ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ได้สั่งชุดสืบสวนดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างเต็มที่หากพบว่ามีการปล่อยกู้จริง และเก็บดอกเบี้ยแพงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ก็ให้ดำเนินการขอหมายศาลตรวจค้นดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีการละเว้นหรือช่วยเหลืออย่างแน่นอน