โคราช ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ขอวัดยกเลิกจัดงานประจำปี ลดความขัดแย้งปิดหมู่บ้านท่าอ่าง ระดมบิ๊กคลี่นนิ่ง
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 1 เม.ย.63 ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ตอบโต้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ด้านหลังศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา พร้อมนายแพทย์นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมา และ นพ.สุรัตน์ ส่งวิรุฬห์ ผู้แทนโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ร่วมชี้แจงมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา การติดตามผลการดำเนินงานตามมาตรการและข้อสั่งการของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ก่อนจะเริ่มแถลงข่าว นายวิเชียร ฯ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้ที่อยู่ในหอประชุมได้ลุกขึ้นปรบมือให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ที่อุทิศตนต่อสู้กับภัยโควิด-19 เป็นเวลากว่า 2 นาที
นายวิเชียร ผวจ.นครราชสีมา ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา ชี้แจงผลการคัดกรองประชาชนกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา มีจำนวนทั้งสิ้น 35,768 ราย มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ตรวจหาเชื้อ 436 ราย ไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ รวมผู้ติดเชื้อสะสม 15 ราย รอผลตรวจยืนยัน 8 ราย ทั้งนี้ในห้วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม วัดหลายแห่งในพื้นที่ 32 อำเภอ จะจัดงานวัดประจำปี ตนได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองลงพื้นที่สำรวจและประสานคณะสงฆ์จังหวัดนครราชสีมา จัดทำหนังสือชี้แจง ขอความร่วมมือให้เลื่อนหรือยกเลิกการจัดกิจกรรม ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่มีบางวัดยังไม่ปลดป้ายประชาสัมพันธ์การจัดงาน จึงขอให้เร่งดำเนินการ เพื่อมิให้ประชาชนสับสน
ด้าน นพ.นรินทร์รัชต์ สสจ.นครราชสีมา ชี้แจงผลการรักษาผู้ติดเชื้อ 15 ราย ได้แยกพักรักษาที่ รพ.มหาราช นครราชสีมา รพ.เทพารักษ์ รพ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) นครราชสีมา และ รพ.โชคชัย ภาพรวมอาการดีขึ้นตามลำดับไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ส่วนความคืบหน้าการปิดหมู่บ้านท่าอ่าง หมู่ 3 ต.ท่าอ่าง ต.โชคชัย เพื่อสกัดกั้นการแพร่กระจายของเชื้อโรคเป็นเวลา 14 วัน การสอบสวนโรคพบผู้สัมผัสใกล้ชิดหรือกลุ่มเสี่ยงสูงจำนวน 16 คน ส่วนใหญ่เป็นคนในครอบครัวและเพื่อนบ้านต้องนำตัวไปอยู่นอกพื้นที่ ต.ท่าอ่าง โดยมี 6 ราย นำไปกักตัวที่ รพ.โชคชัย แยกเป็นผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงวัย รวมทั้งผู้ที่มีอาการไข้ซึ่งตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง ไม่พบภาวการณ์ติดเชื้อแต่อย่างใด แต่ต้องเฝ้าระวังครบ 14 วันและตรวจหาเชื้อซ้ำ หากไม่พบอนุญาตให้กลับภูมิลำเนาได้ ส่วน 10 คน เตรียมพิจารณานำไปพักอาศัยชั่วคราวที่หอพักสุรนิเวศน์ 17 ซึ่งเป็นหอพักนักศึกษา มทส.นครราชสีมา ปรากฏมีลูกจ้างในหอพักและชาวบ้านในละแวกพื้นที่บางรายไม่พอใจ เกรงจะเป็นการแพร่เชื้อ ขณะนี้อยู่ระหว่างชี้แจงทำความเข้าใจผู้ที่นำมากักตัว มิใช่ผู้ติดเชื้อ เป็นเพียงการกักตัว 14 วัน ตามกระบวนการเฝ้าระวัง นอกจากนี้ได้ประสานอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฮุก.31 นครราชสีมา ประจำจุด อ.โชคชัย ระดมฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค BKC (Benzalkonium Chloride) หรือ Sanisol สารทำความสะอาดใช้ฆ่าเชื้อต่างๆ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส ภายในบ้านและจุดเสี่ยงในพื้นที่บ้านท่าอ่าง เพื่อสร้างความมั่นใจและปลอดภัยรวมทั้งลดปัญหาความขัดแย้งความหวาดระแวงกันของชาวบ้าน