งานบวชก็ไม่เว้น!! เขม่นกันหน้าเวทีชักปืนยิงดับ 1 เจ็บ 1
เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. วันที่ 12 ก.พ.66 ร้อยตำรวจเอกเชษฐ์ชัย ไข่ทองดี พนักงานสอบสวนเวร สภ.เกาะทวด อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุยิงกันตายในงานอุปสมบทในชุมชนบ้านดอนสำราญ หมู่ 7 ตำบลเกาะทวด อำเภอปากพนัง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ หลังจากนั้นจึงเข้าทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยพันตำรวจโทสวัสดิ์ นิยมเดชา สารวัตรหัวหน้าสถานี ชุดสืบสวน แพทย์เวรชันสูตร รพ.ปากพนัง และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเต็กก่าจี้คุงเกาะ จุดบางจาก
ในที่เกิดเหตุท่ามกลางความวุ่นวายเจ้าหน้าที่พบผู้บาดเจ็บจำนวน 2 ราย อยู่ในสภาพเจ็บหนักเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำตัวส่ง รพ.มหาราช นครศรีธรรมราช ทราบชื่อคือนายชำนาญ (ขอสงวนนามสกุล) ชาวหมู่ 1 ตำบลป่าระกำ อำเภอปากพนัง สภาพมีบาดแผลถูกยิงเข้าลำตัว 1 นัด ส่วนผู้บาดเจ็บอีกรายอยู่ในสภาพหน้าตาแตกยับเยินบวมปูดหมดสติ ถูกระบุว่าเป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงคนในงานและได้ถูกผู้ที่อยู่ในงานรวมกันประชาทัณฑ์ และได้ยึดเอาอาวุธปืนของผู้บาดเจ็บรายนี้ไว้เป็นหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก ทราบชื่อภายหลังคือนายสายัณห์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี อยู่หมู่ 1 ตำบลป่าระกำ อำเภอปากพนัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่ง รพ.มหาราชและอายัดตัวไว้แล้ว
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงกับเวทีดนตรีภายในงาน พบศพทราบชื่อคือนายภูชิชย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี อยู่หมู่ 8 ตำบลเกาะทวด อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช สภาพศพมีบดาแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าแผ่นหลัง 4 นัด และเมื่อเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนชนิด 9 มม.กระจายอยู่รวม 9 นัด
ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ประมวลเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุได้ความภายในงานอุปสมบทได้มีการจัดเลี้ยงตั้งแต่ช่วงค่ำและมีเวทีดนตรีสดมาเล่นสร้างความสนุกสนานให้กับชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง มีผู้ก่อเหตุรวมทั้งคู่กรณีอยู่ในงานด้วย ต่างมีการดื่มกันจนเมาได้ที่และมีการเขม่นกันขึ้น หลังจากนั้นไม่นานเรื่องราวกลับบานปลายนายสายัณห์ ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่นายภูชิช ที่พยายามกระโดดวิ่งหลบหนี แต่ไม่ทันกระสุนถูกแผ่นหลังนายภูชิชย์ 4 นัด แต่ยังวิ่งหนีไปได้อีกเกือบ 10 เมตรก่อนล้มเสียชีวิต กระสุนยังถูกนายชำนาญ ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกับนายภูชิชย์ ขณะพยายามเข้าไปช่วยอีก 1 นัด บาดเจ็บ
ส่วนนายสายัณห์ มือปืนหลังจากยิงไปแล้ว 5 นัดทำให้ทั้งงานตกใจแตกกระเจิงแต่หลังจากที่ทุกคนตั้งหลักได้ต่างฮือเข้ามาล้อมกรอบนายสายัณห์ ก่อนมีการแย่งปืนและรุมประชาทัณฑ์จนบาดเจ็บหนักแล้วจึงมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ เข้าคุมตัวผู้ก่อเหตุและทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ
อย่างไรก็ตามล่าสุดช่วงบ่ายที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสอบปากคำ และแจ้งข้อกล่าวหากับนายสายัณห์ ผู้ก่อเหตุได้ เนื่องจากยังไม่ได้สติจากการถูกประชาทัณฑ์