รถไฟด่วนพิเศษสุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯขยี้กระบะสามพ่อแม่ลูกปางตาย

ภูมิภาค26 ต.ค. 2565 • 16:53 น.โดย ชูศักดิ์ ตระหง่าน
รถไฟด่วนพิเศษสุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯขยี้กระบะสามพ่อแม่ลูกปางตาย

วันที่ 26 ตุลาคม 2565เวลา 12.30 น.ร.ต.อ.บรรณดิษฐ์ อันทชัย รอง สว.สอบสวน สภ.ในหูต อ.หลังสวน จ.ชุมพร ได้รับแจ้งเกิดเหตุรถไฟชนรถยนต์ บริเวณจุดตัดทางข้ามรางรถไฟสถานีควนหินมุ้ย ม.9 ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร มีผู้บาดเจ็บติดภายใน จำนวน 3 ราย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ชีพกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวน

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ตอนครึ่ง สีดำ หมายเลขทะเบียน บล 6223 ชุมพร พลิกหงายท้องอยู่บนรางรถไฟ รางคู่ขนานสำหรับให้รถไฟหลีกกันสภาพพังยับเยินทั้งคัน ส่วนผู้บาดเจ็บ จำนวน 3 รายทราบชื่อคือนายสิทธิโชค อายุ 21 ปี อยู่ ต.ช่องไม้แก้ว อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร เป็นคนขับ มี น.ส.เตือนใจ อายุ 22 ปี อยู่ต.ช่องไม้แก้ว อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร และ ด.ช.วา อายุ 5-6 ขวบ

โดยทางเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟควนหินมุ้ย และ ชาวบ้าน ในละแวก ได้ช่วยเหลือออกมาได้และทางหน่วยกู้ชีพกู้ภัย สมาคมพุทธประทีปหลังสวน ได้นำตัวส่ง รพ.หลังสวน เนื่องจากทุกคนอยู่ในสภาพดูจากภายนอกบาดเจ็บมีเลือดไหลนองตามตัวและใบหน้า  ส่วนสภาพภายในต้องรอให้ทางแพทย์ ได้ตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง

ทั้งนี้ห่างไปประมาณ 200 เมตร พบรถไฟขบวนพิเศษ ที่ 40 สปิ้นเตอร์ วิ่งระหว่าง จ.สุราษฎร์ธานี ปลายทางกรุงเทพมหานคร มีตู้โดยสาร จำนวน 4 ตู้ จอดอยู่บริเวณหน้าสถานีรถไฟควนหินมุ้ย  มีเจ้าหน้าที่ประจำรถและเจ้าหน้าที่ของสถานีรถไฟ กำลังช่วยกันตรวจสอบความเสียหาย พบว่าบริเวณแผงกันชนหน้าหักหลุดจากตัวรถ ท่อลมเบรกสำหรับต่อตู้โบกี้  แตกเสียหาย จำนวน 2 ท่อ เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำสายไฟมาผูกเพื่อแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ก่อนจะปล่อยรถไฟที่ สถานีรถไฟชุมพร ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 50 กม.เพื่อทำการซ่อมแซม

สอบถามนายสินชัย ฮวดค่วน พนักงานขับรถไฟ ทราบว่า รถขบวนนี้ ได้ออกจากสถานีรถไฟ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเวลา 10.10 น.ของวันนี้ และจะถึงปลายทาง จ.กรุงเทพมหานคร ประมาณ 20.00 น.วันเดียวกัน  และก่อนเกิดเหตุได้จอดรับส่งผู้โดยสารที่สถานีรถไฟหลังสวน และจะจอดสถานีรถไฟสวี เป็นสถานีถัดไป  แต่เมื่อออกมาจากสถานีรถไฟหลังสวน ได้ไม่ถึง 10 นาที มาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นถนนตัดรางรถไฟก่อนถึงสถานีควนหินมุ้ย ได้มีรถกระบะ ขับในลักษณะไม่ยอมจอดรถ ตนเองได้พยายามบีบแตร ส่งสัญญาณไฟ หลายครั้ง แต่รถคันดังกล่าว ไม่ยอมจอดกลับวิ่งขึ้นมาอย่างกระชั้นชิด ซึ่งได้ห้ามเบรกจนรถชะลอความเร็วเหลือ เพียง 60 กม.ต่อ ชม.แต่ก็ไม่ทัน รถไปพุ่งชนรถกระบะเข้าอย่างจัง 

ด้านนายสุริยา ชัยชนะกสิกรรม พนักงานสถานีรถไฟควนหินมุ้ย ซึ่งได้เข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบ กล่าวว่า ตนเองอยู่สถานีนี้มากว่า 20 ปี ยอมรับว่าบริเวณจุดตัดตรงนี้ มักจะเกิดเหตุขึ้นบ่อยครั้ง เป็นเพราะความประมาทของผู้ขับรถที่สัญจรผ่านจุดตัดรางรถไฟ ที่ไม่ค่อยจะเคารพสัญญาณไฟแดงกระพริบ ที่ทางการรถไฟได้ติดตั้งเตือน ให้จอดเพื่อรอให้รถไฟผ่านไปก่อน แต่ก็ยังมีคนฝ่าฝืนจนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น เหมือนรายนี้

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ก็จะรอสอบปากคำคนขับรถกระบะอีกครั้งเพื่อสรุปสำนวนควบคู่ไปกับทางการรถไฟที่จะเข้าแจ้งความเพื่อเอาผิดและเรียกค่าเสียเวลาหรือความเสียหายต่อคู่กรณีอย่างไรต่อไป