ตะครุบเอเย่นต์ค้ายารายใหญ่ภาคใต้ยึดยาบ้ากว่า1.2ล้านเม็ด

ภูมิภาค26 พ.ย. 2565 • 11:30 น.โดย กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล
ตะครุบเอเย่นต์ค้ายารายใหญ่ภาคใต้ยึดยาบ้ากว่า1.2ล้านเม็ด

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่ห้องประชุม กก.ตชด.42 ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช  นายอภินันท์  เผือกผ่อง ผวจ.นครศรีธรรมราช,พล.ต.ต.สมกูล   กาญจนอุดมการณ์ ผบก.ตชด.ภาค 4 เจ้าหน้าที่ป้องกันปรามปราบยาเสพติดภาค 8 ได้นำของกลางยาบ้าของกลาง 1,200,685  เม็ดรถยนต์กระบะ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คันและของกลางอื่นอีกหลายรายการมาแถลงข่าว โดยมีผู้ต้องหาในเครือข่ายนี้รวมถึง 4 ราย

นายอภินันท์  กล่าวว่าเครือข่ายยาบ้านี้เป็นเครือข่ายยาบ้ารายใหญ่ในภาคใต้ โดยใช้รถขนกระหล่ำปลีเป็นพาหนะส่งมายังภาคใต้อย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้บัญชาการใหญ่เป็นคนไทยชื่อ “เฮียนก”ชาวเชียงราย  โดยผู้ต้องหาที่จับกุมได้ประกอบด้วย นายสมยศ  อายุ 57 ปี,น.ส.สุวิภา หรือเพลิน   อายุ 20 ปี ,นายอิทธิพัทธ์ หรืออิฐ   อายุ 20 ปีและนายสุรเชษฐ์  หรือลวด อายุ 33ปี ทั้ง 4 รายเป็นเครือข่ายรายใหญ่ที่กระจายอยู่ในนครศรีธรรมราช และหลายจังหวัดในภาคใต้

สำหรับการจับกุมขบวนการ “เฮียนก” สืบเนื่องจาก พ.ต.ท.กิติพัฒน์ รื่นรวย รอง ผกก.ตชด.42 และ พ.ต.ท.นที ศรีสุข ผบ.ร้อย ตชด.427 ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีรถยนต์บรรทุกกะหล่ำปลี ซุกซ่อนยาเสพติดมาส่งในพื้นที่ หมู่ 14 ต.นาไม้ไผ่ อ.ทุ่งสง หลังจากนั้นได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมสืบสวนขยายผลจนทราบว่า นายสุรเชษฐ์ หรือเชษฐ์  เป็นเอเยนต์ใหญ่โดยจะมีนายสมยศ หรือยศ  และนางสาวสุวิภา   เป็นผู้ลำเลียงยาเสพติดส่งลูกค้าในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และใกล้เคียง

ต่อมาเจ้าหน้าที่จับกุมนายสมยศ หรือยศ อายุ 57 ปี อยู่หมู่ 2 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช และ น.ส.สุวิภา หรือเพลิน  อายุ 20 ปี อยู่หมู่ 5 ต. ชะมาย อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวน 10 มัด กับ 5 ถุง ประมาณ 20,685เม็ด ,รถยนต์โตโยต้า HILUX REVO สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ผท 4239 นครศรีธรรมราช 1 คัน

พร้อมคุมตัวขยายผลผลเข้าจับกุมนายอิทธิพัทธ์ หรืออิฐ อยู่ต.เขาโร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช หลังจากนำมาขยายผลจนเชื่อมต่อกับนาย  สุรเชษฐ์ ซึ่งเป็นเอเย่นรายใหญ่ได้ จับกุมได้ที่หมู่ 14 ต.นาไม้ไผ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ยึดของกลางยาบ้าจำนวน 6 กระสอบประมาณ 1,180,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในสวนปาล์มน้ำมันยึดยาบ้าได้รวม 1,200,685 เม็ด,รถยนต์ 1 คัน,รถจักรยานยนต์ 1 คัน,โทรศัพท์ 5 เครื่อง มูลค่าซื้อขายราว 43 ล้านบาท