จนท.รู้ตัวมือบึ้ม!ปั๊มน้ำมันปัตตานีประวัติโชกโชนระดับแกนนำป่วนใต้
จนท.รู้ตัว 2 คนร้ายก่อเหตุระเบิดปั้มน้ำมัน "ปตท.-พีที" พื้นที่ต.บานา-ต.ปิยามุมัง จ.ปัตตานี พบประวัติโชกโชนมีหมายจับติดตัว เชื่อหวังทำลายความเชื่อมั่นรัฐบาลช่วงประชุมเอเปก
จากกรณีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน จำนวน 2 แห่งในพื้นที่ จ.ปัตตานี เมื่อคืนวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยจุดแรกที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ในพื้นที่ ต.บานา อ.เมือง คนร้ายสองคนขับขี่รถจยย.เข้ามาจอดที่หัวจ่ายน้ำมันซึ่งขณะนั้นมีพนักงานของปั้มกำลังให้บริการลูกค้า คนร้ายได้ชักอาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าและยิงไปที่หัวจ่ายน้ำมันหลายนัดพร้อมตะโกนว่ามีระเบิดจนทำให้ประชาชนตกใจหนีตายออกจากปั๊ม ก่อนที่คนร้ายจะนำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สปิกนิค น้ำหนักประมาณ 15 กก. วางไว้ที่หัวจ่ายน้ำมันก่อนจะเร่งเครื่องหลบหนีไป กระทั่งเกิดระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้ปั๊มน้ำมันเกิดไฟไหม้แรงระเบิดยังทำให้ได้รับความเสียหายหนัก และเวลาไล่เลี่ยกันคนร้ายก่อเหตุในลักษณะเดียวกันเข้าไปภายในปั๊มน้ำมันพีที ในพื้นที่ ต.ปิยามุมัง อ.ยะหริ่ง นำระเบิดชนิดเดียวกันวางไว้ที่หัวจ่ายน้ำมันที่อยู่ใกล้กับถังน้ำมันใต้ดิน จากนั้นจึงขึ้นรถจยย.หลบหนีไป กระทั่งเกิดระเบิดขึ้น ตามที่รายงานข่าวไปแล้ว
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 16 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 (รอง มทภ.4) เดินทางมาตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. พื้นที่ ต.บานา ซึ่งได้รับความเสียหายหนัก โดยภายในปั๊มปตท.มีเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดกำลังตรวจสอบความเสียหายรวมไปถึงค้นหาวัตถุพยานเพิ่มเติม เช่นเดียวกับที่ปั๊มน้ำมันพีที ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดก็ได้เข้าตรวจหาวัตถุพยานเช่นเดียวกัน
เบื้องต้น พบชิ้นส่วนระเบิดจำนวนหนึ่งและปลอกกระสุนปืนกระจายไปทั่วบริเวณ จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพขณะคนร้ายก่อเหตุได้ชัดเจน ซึ่งหลักฐานทั้งหมดถือว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี
นอกจากนี้ ชุดปฏิบัติการณ์ร่วมได้เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่เป้าหมายในพื้นที่อ.เมือง และ อ.ปะนาเระ ซึ่งผลการปฏิบัติไม่พบบุคคลต้องสงสัยคาดว่าน่าจะไหวตัวทันหลบหนีไปก่อนหน้านี้แล้ว
สำหรับกลุ่มที่ก่อเหตุนั้น ชุดสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคง ระบุว่า เหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ก่อเหตุปั๊มน้ำมัน ปตท. พื้นที่ ต.บานา น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่ม นายอับดุลเลาะ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาที่มีหมายจับคดีความมั่นคงและเป็นแกนนำมือระเบิดในพื้นที่ ส่วนกลุ่มที่ก่อเหตุที่ปั๊มน้ำมันพีที น่าจะเป็นกลุ่มนายสุไลมาน (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาที่มีหมายจับคดีความมั่นคงและเป็นมือวางระเบิดในพื้นที่ อ.ปะนาเระ
ต่อมา พล.ต.ปราโมทย์ เปิดเผยว่า แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการชุดเฉพาะกิจในพื้นที่เข้ามาควบคุมที่เกิดเหตุทั้ง 2 จุด และให้ยกระดับรักษาความปลอดภัย 100 % ซึ่งเป็นมาตราการณ์ที่สอดคล้องกับการเตรียมการประชุมเอเปก และวันนี้ทางเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด และพิสูจน์หลักฐานก็ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทั้ง 2 จุด เพื่อเก็บวัตถุพยานต่างๆ เพื่อนำมาประกอบขยายผล หาผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ที่ผ่านมาสิ่งที่เป็นความพยายามของคนร้ายมาโดยตลอดก็คือในเรื่องของการทำลายภาพลักษณ์ของเศรษฐกิจที่จะนำไปสู่การขาดความเชื่อมั่น
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ปัจจัยของคนร้ายในการก่อเหตุคือ เขายังคงไม่ละความพยายามที่จะสร้างความเดือดร้อนด้วยการสร้างสถานการณ์ต่อเนื่อง นอกจากการทำลายควาเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจแล้ว คนร้ายยังมุ่งทำลายความเชื่อมั่นของรัฐบาล และช่วงนี้ก็ใกล้ประชุมเอเปก อาจจะมีส่วนที่คนร้ายก่อเหตุเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล
อยากจาะฝากไปยังประชาชน อยากให้จำภาพของคนร้ายที่ก่อเหตุ ว่าทุกครั้งที่ก่อเหตุมักจะสร้างความเดือดร้อน ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมาโดยตลอด ฉะนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่บังขับใช้กฎหมายก็อยากให้ประชาชนเข้าใจเจ้าหน้าที เพราะเจ้าหน้าที่มีความจำเป็น
สำหรับกลุ่มต่างๆที่ออกมาบอกว่าจะไม่สร้างสถานการณ์ความรุ่นแรง ก็มีหลายกลุ่ม แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่วางใจ เพราะที่ผ่านมีการประกาศลักษณะนี้มาตลอด มีทั้งของจริงของปลอม ซึ่งคำแถลงการณ์ของพูโล เจ้าหน้าทีอยู่ระหว่างตรวจสอบที่มาที่ไปของเอกสารนี้อยู่" รองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว