ถามปชช.ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือยัง...กรณีสมาคมสันนิบาตเทศบาลฯ ยื่น กกต.เลื่อนเลือกตั้งเทศบาล

ภูมิภาค19 ม.ค. 2564 • 06:08 น.
ถามปชช.ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือยัง...กรณีสมาคมสันนิบาตเทศบาลฯ ยื่น กกต.เลื่อนเลือกตั้งเทศบาล
ถามประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือยัง...กรณีสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ยื่น กกต.เลื่อนเลือกตั้งเทศบาล ประชาชนชี้เป็นแนวคิดเห็นแก่ตัว หวงอำนาจ เผยเลือกตั้ง อบจ.ที่ผ่านมาไร้ปัญหา พร้อมเร่ง กกต.รีบจัดการเลือกตั้ง เหตุผู้บริหารท้องถิ่นหลายพื้นที่นั่งรากงอก ไร้การพัฒน วันนี้ (19 ม.ค. 64) ผู้สื่อข่าวได้สอบถามสภากาแฟในพื้นที่จังหวัดหนองคาย และจังหวัดอุดรธานี ต่อกรณีข่าวสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ยื่น กกต.เลื่อนเลือกตั้งเทศบาล โดยเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ชี้ว่า ประชาชนไม่ได้เลือกตั้งมานานหลายปีแล้ว และพึ่งได้เลือกตั้งในส่วนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดไป ทำให้เกิดการตื่นตัวเป็นอย่างมากในการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่น เพราะการเลือกตั้งท้องถิ่นใกล้ชิดวิถีชีวิตของชาวบ้าน โดยยังบอกอีกว่า ไม่มีความจำเป็นที่ สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ยื่น กกต.เลื่อนเลือกตั้งเทศบาล ยิ่งทำแบบนี้ประชาชนยิ่งมองว่าหวงอำนาจ เพราะผู้บิหารเทศบาลบางคนนั่งมานานร่วม 8 ปี แต่ไร้การพัฒนาในทุกด้าน ทำให้ท้องถิ่นขาดโอกาสในหลายด้าน ส่วนข้อกังวลเรื่องโควิด-19 ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะการจัดการเลือกตั้ง อบจ.ที่ผ่านมา ก็ไม่มีปัญหาอะไร ประชาชนรวมทั้งเจ้าหน้าที่ล้วนปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด “ถ้าไม่หวงอำนาจ อยากนั่งทำงานต่อโดยไร้ผลงาน อย่าเอาข้ออ้างเรื่องโควิด-19 มาอ้าง ประชาชนอยากเลือกตั้ง และเรียกร้องให้ กกต.เร่งจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว” สภากาแฟ ทั้งที่ จ.อุดรธานี และ จ.หนองคาย สะท้อนผ่านสื่อมวลชน ทั้งนี้เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2564 สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ที่มีนายกเทศมนตรีและสมาชิกเทศบาลทุกระดับเป็นสมาชิก มีหนังสือด่วนที่สุดถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเลขาธิการ กกต. ลงนามโดย น.ส.สมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ในฐานะนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย เพื่อเสนอให้ทบทวนการกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) และนายกเทศมนตรี โดยอ้างเหตุผลหลักต่อข้อกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ที่ยังไม่มีแนวโน้มที่ดี โดยพิจารณาถึงข้อดีและข้อเสียที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน โดยอาจเลื่อนการเลือกตั้งออกไปจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลาย หรือเมื่อประชาชนไรัรับวัคซีนแล้วอย่างทั่วถึง ขณะที่เหตุผลอื่น หนังสือที่ส่งถึง กกต.อ้างถึงจำนวนประชาชนที่อาจไม่ไปใช้สิทธิน้อยจากความเสี่ยงต่อโรค แม้จะมีการคัดกรองก่อนเข้าคูหา ขณะที่บางพื้นที่มีการระบาดไม่เท่ากันและมีมาตรการที่แตกต่างกัน อาจเกิดปัญหาในเรื่องของการเดินทางไปใช้สิทธิในพื้นที่ที่ต้องมีการกักตัว 14 วันในพื้นที่ที่มีการระบาด “ประชาชนอาจเลือกที่จะไม่ไปใช้สิทธิ เท่ากับจะทำให้ผู้มีสิทธิเสียสิทธิเสรีภาพในการเลือกตั้ง และหากมีการร้องเรียนให้เลือกตั้งนั้นเป็นโมฆะ จะก่อให้เกิดปัญหาได้” ขณะเดียวกัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยเฉพาะเทศบาลขนาดใหญ่ที่มีประชากรและผู้มีสิทธิจำนวนมาก เป็นพื้นที่แพร่ระบาดโรคได้ง่ายกว่าเขตนอกเมืองหรือชนบท ดังนั้น การกำหนดหน่วยเลือกตั้งจำนวนมาก ซึ่งหากยึดการจัดหน่วยเลือกตั้งเช่นเดียวกับการจัดเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) และนายก อบจ. ที่ กกต.กำหนดหน่วยฯ หนึ่งให้มีผู้มีสิทธิ 600 คน ยิ่งต้องเพิ่มหน่วยฯ อีกร้อยละ 30-40 รวมถึงจะเป็นการเพิ่มภาระให้เทศบาลและประชาชนโดยไม่จำเป็น หนังสือฉบับนี้ยังอ้างถึงการหมดอำนาจของสมาชิกเทศบาลในวันประกาศ ที่ กกต.ระบุไว้ในวันที่ 1 ก.พ. 2564 เพราะบางครั้งต้องใช้อำนาจการบริหารเชิงอำนาจอย่างรอบคอบ แต่ “ปลัดเทศบาล” ที่ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีถูกจำกัดอำนาจไว้โดยกฎหมาย ประกอบกับไม่มี “สภาเทศบาล” ที่จะช่วยกลั่นกรองตัดสินใจให้รอบคอบในเรื่องที่สำคัญ ปลัดอาจไม่กล้าตัดสินใจภายใต้สถานการณ์วิกฤต “เช่นกรณีที่ปรากฏผ่านสื่อว่าหลายเทศบาลประสงค์จะจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อฉีดให้ประชาชนในพื้นที่โดยใช้งบประมาณของเทศบาลเอง ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขก็สนับสนุนกับแนวคิดนี้ และเป็นการแบ่งเบาภาระงบประมาณของรัฐบาล ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวอาจต้องใช้งบประมาณจำนวนมากซึ่งต้องผ่านความเห็นชอบและอนุมัติของสภาเทศบาลก่อน ถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะทำให้ประชาชนเสียโอกาสที่จะได้รับวัคซีนโดยเร็ว และหากมองในภาพรวมประเทศก็ยิ่งทำให้การกระจายวัคซีนให้แก่ประชาชนล่าช้าออกไป และความคาดหวังในการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศภายหลังที่ประชาชนได้รับวัคซีนก็ยังล่าช้าออกไป” หนังสือถึง กกต.ฉบับนี้ระบุ.