น้ำอ่างจากห้วยใหญ่ผสมโรงน้ำฝน เริ่มหลากท่วมเขตเศรษฐกิจท่าตะโก
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 กันยายน 2565 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่เขตเศรษฐกิจเทศบาลตำบลท่าตะโก อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ หลังทราบว่า มีน้ำไหลเข้าท่วมย่านตลาดการค้าเขตเทศบาลดังกล่าว ซึ่งกำลังสร้างผลกระทบให้ร้านค้า ตลาด รวมถึงบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่แห่งนี้ มากกว่า 1,000 ครัวเรือนเลยทีเดียว และพบว่า ขณะนี้ มีน้ำท่วมในพื้นที่ย่านการค้าสูงกว่า 50 เซนติเมตรแล้ว และระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เฉลี่ย 5 นาที ขึ้นประมาณ 10 เซนติเมตรเลยทีเดียว
ส่วนการเตรียมตัวของชาวบ้านร้านค้าในพื้นที่นี้ พบว่า ส่วนใหญ่ได้ขนข้าวของมีค้าขึ้นไปไว้บนที่สูงกันหมดแล้ว เนื่องจากทางส่วนราชการได้มีการประกาศแจ้งเตือนเอาไว้ต้องแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา แต่ก็พบว่า ยังมีชาวบ้าน ร้านค้าบางส่วน ต่างเร่งเก็บข้าวของ และเคลื่อนย้ายไปไว้ในที่ปลอดภัย รวมถึง เริ่มมีชาวบ้านหลายราย ต่างมีการนำพาหนะทั้งรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ นำขึ้นไปจอดไว้ยังที่สูงเพื่อความปลอดภัย เพราะหวั่นว่า น้ำท่วมรอบนี้ จะซ้ำรอยน้ำท่วมเหมือนเมื่อปลายเดือนกันยายน 2564 ซึ่งมีระดับน้ำท่วมสูงเกือบมิดชั้น 1 ของอาคาร
จากการสอบถามนางพิศมัย ศรีปิยะรัตน์ ชาวบ้านในเขตตลาดย่านกาลค้าเทศบาลตำบลท่าตะโก ระบุว่า น้ำที่เข้าท่วมในรอบนี้ ส่วนหนึ่งมาจากอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ ต.ตะคร้อ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ได้มีการปล่อยน้ำออกจากอ่าง เนื่องจากมีปริมาณน้ำเกือบเต็มความจุ จึงทำให้ต้องมีการระบายออกมาในปริมาณมาก ประกอบกับ มีน้ำเหนือไหลเข้ามาสมทบ และผสมโรงกับประมาณน้ำฝน ที่ตกแบบบ้าระห่ำ ทั้งวันทั้งคืน มาตลอดหลายวัน จึงทำให้มีประมาณน้ำสะสมมาก จนหลากเข้าท่วมพื้นที่เขตเศรษกิจ แม้ในส่วนราชการ จะมีการประกาศแจ้งเตือนล่วงหน้ามาหลายวัน พร้อมกับมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 4 เครื่อง ในการสูบน้ำออกที่ท้ายเขตตลาดเอาไว้แล้ว แต่สุดท้ายก็ยังเอาไม่อยู่
“ปัญหาของน้ำท่วมในรอบนี้ ส่วนตัวคิดว่า นอกจากจะมีการปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำมาผสมร่วมกับน้ำเหนือ และน้ำฝนแล้ว ยังพบว่าน่าจะมีปัญหาจากการก่อสร้าง และการถมที่ จนทำให้น้ำเปลี่ยนทิศทางไหลเข้ามาสมทบในพื้นที่ตลาดย่านการค้าของเทศบาลท่าตะโกอย่างง่ายดาย เนื่องจากพื้นที่นี้ เป็นพื้นที่ต่ำกว่าถนน และเป็นแอ่งกระทะ ซึ่งก็ยังโชคดี ที่ทางการได้ประกาศแจ้งเตือนเอาไว้ก่อนล่วงหน้า จึงได้มีการขนของขึ้นไปไว้ที่สูงก่อนแล้ว ไม่เช่นนั้น คงจะได้รับความเสียหายหนัก” นางพิสมัย ระบุ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังคงมีมวลน้ำไหลเข้ามาสบทบที่เขตเศรษฐกิจเทศบาลตำบลท่าตะโกอย่างต่อเนื่อง และน้ำได้เพิ่มระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน อีกทั้ง ยังมีฝนตกลงมาสมทบอย่างน่าเป็นห่วงด้วย.