“โดรน”พ่นสารเคมี จุดเปลี่ยนประเทศไทยสู่การเกษตรสมัยใหม่
ปัจจุบัน“เทคโนโลยี” ได้เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตมนุษย์ในทุกมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การอุตสาหกรรม หรือแม้กระทั่งเกษตรกรรม จนแทบกล่าวได้ว่า ปัจจุบัน “เทคโนโลยี” ได้เข้ามากลืนกินกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ และ “เทคโนโลยี” ก็ถือเป็นกุญแจดอกสำคัญดอกหนึ่งที่จะนำไปสู่ความเจริญก้าวหน้าของประเทศได้อย่างยั่งยืน
ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเกิดความตื่นตัวต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตรกรรมระดับประเทศ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯจึงได้ ดำเนินการรจัดตั้ง “อุทยานวิทยาศาสตร์” ขึ้นในภูมิภาคต่างๆ เพื่อเป็นฐานสำหรับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ทั้งในด้านการพัฒนากำลังคน การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา รวมถึงสนับสนุนให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้สู่ภูมิภาคและระดับท้องถิ่น เช่น ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มอบหมายให้สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) ร่วมกับ เครือข่ายมหาวิทยาลัยในภูมิภาค 4 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ดำเนินการจัดตั้ง “อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ขึ้น เพื่อสนับสนุนนโยบายข้างต้น
ดร.อรรชกา กล่าวต่อว่า โดยช่วงที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานของ “อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ถือว่ามีความคืบหน้าอย่างมาก มีการร่วมกับภาคเอกชนวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่น่าสนใจ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง รวมทั้งต่อยอดการพัฒนาได้ทั้งในเชิงอุตสาหกรรมและในเชิงพาณิชย์ โดยหนึ่งในนวัตกรรมที่น่าสนใจและน่าจับตาอย่างยิ่ง ก็คือ “อากาศยานไร้คนขับเพื่อการเกษตร”
“อากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน เพื่อการเกษตร เป็นโครงการร่วมมือระหว่าง อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กับ บริษัท ไลลา เอวิเอชั่น จำกัด เพื่อพัฒนานวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์อากาศยานไร้คนขับเพื่อการเกษตร โดยอาศัยการออกแบบทางวิศวกรรมของโครงสร้างลำตัวเครื่อง ให้สามารถพ่นของเหลวไม่ว่าจะเป็นยาฆ่าแมลง ปุ๋ย หรือสารเคมีทางการเกษตร โดยแบกน้ำหนักได้ถึง 15 กิโลกรัม ทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่าคนถึง 40 เท่า สามารถทำงานได้ถึง 15-20 ไร่ต่อชั่วโมง ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับภาคการเกษตรกรรมของประเทศไทย”
ดร.อรรชกา กล่าวต่อว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ทำการเกษตรมากกว่า 150 ล้านไร่ มีครัวเรือนเกษตรกรถึงกว่า 7.9 ล้านครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อยและมีความต้องการเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ขณะที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็มีนโยบายขับเคลื่อนการทำ “เกษตรแปลงใหญ่” โดยสนับสนุนเกษตรกรรายย่อย ทั้งชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกันและทำการเพาะปลูกพืชผลชนิดเดียวกันมารวมกลุ่มทำการเพาะปลูกเป็นแปลงใหญ่ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างอำนาจต่อรองทางการตลาด ซึ่งการนำ “อากาศยานไร้คนขับ” หรือ Unmanned Aerial Vehicle (UAV) มาใช้ในงานด้านการเกษตร จึงเท่ากับเป็นการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ และคุณค่าทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรไทย ลดการใช้แรงงานในการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของประเทศไทยสู่การแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ