ตำรวจทางหลวงด่านช้าง จับกระบะรับจ้างขน 12 ต่างด้าว ลักลอบเข้าเมืองหัวละ 2000 บาท

ภูมิภาค9 พ.ย. 2566 • 11:19 น.โดย นพดล แก้วเรือง
ตำรวจทางหลวงด่านช้าง จับกระบะรับจ้างขน 12 ต่างด้าว ลักลอบเข้าเมืองหัวละ 2000 บาท

เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 8 พ.ย.66 ร.ต.ท.ณัฐ ปิ่นกระจัน หัวหน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี  ร.ต.ท.ปณิธาน ใจชื้น รองสารวัตรป้องกันปราบปราม ( ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล.) พร้อมกำลังจับกุม ผู้ต้องหาลักลอบขนแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ได้ผู้ต้องหา 14 คน จับได้ที่ทางหลวงหมายเลข 333  สาย ด่านช้าง-อู่ทอง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 72-73 (ขาเข้า อำเภออู่ทอง) หมู่ 4 ตำบลวังคัน อำเภอด่านช้าง 

ร.ต.ท.ณัฐ ปิ่นกระจัน หัวหน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงด่านช้าง กล่าวว่า ขณะกำลังขับรถออกตรวจพื้นที่ไปตามถนนสาย 333 บ้านไร่ด่านช้าง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 72-73 พบรถยนต์กระบะสี่ประตู สีบรอนซ์เทา ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นรีโว่ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร  ต้องสงสัย ลักษณะคล้ายรถบรรทุกน้ำหนักเกิน จึงพยายามส่งสัญญาณให้จอด เพื่อขอตรวจสอบแต่รถคันดังกล่าวได้เร่งเครื่องหนี จึงวิทยุขอกำลังสนับสนุน ไล่ติดตามสุดท้ายรถคันดังกล่าวหนีไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่ติดตามหยุดรถเอาไว้ได้ ตรวจสอบในรถพบว่ามีผู้โดยสารเป็นหญิงสาวสัญชาติเมียนมาร์ นั่งเบียดเสียดกันอยู่ที่เบาะหน้าและเบาะหลังรวม 12 คน จึงคุมตัวนายศรัณย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี อยู่หมู่ 1 ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก คนขับรถกระบะคันดังกล่าวพร้อมแรงงานชาวเมียนมาร์ทั้งหมดและรถกระบะ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ด่านช้าง พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมสอบสวน

จากการสอบสวนนายศรัณย์ ผู้ต้องหาให้การว่า รับจ้างขนแรงงานต่างด้าวทั้งหมดมาจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มาส่งให้เครือข่ายจุดนัดรับในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี จากนั้นจะมีรถมารับแรงงาน กระจายไปตามพื้นที่จังหวัดราชบุรี ปทุมธานี กรุงเทพฯ ได้ค่าจ้างนำพาหัวละ 2,000 บาท ส่วนแรงงานต่างด้าวจะเสียค่าหัวให้นายหน้าฝั่งเมียนมา หัวละ 20,000 บาทโดยจะมีรถสำรวจเส้นทางออกนำหน้า หากมีตำรวจตั้งด่านตรวจก็จะหลบหนีทัน ก่อนหน้านั้นจะใช้เส้นทางสายเอเชีย และสาย 340 แต่เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังกวดขันจับกุม จึงเปลี่ยนมาใช้เส้นทางสาย 333 บ้านไร่-ด่านช้าง-อู่ทอง สุดท้ายก็ไม่รอด 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหานายศรัณย์  ในข้อหาช่วยเหลือซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้บุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย  ส่วนผู้ต้องหาชาวเมียนมา12 คนถูกแจ้งข้อหา เป็นบุคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่งตัวดำเนินการตามกฎหมาย และจะขยายผลติดตามจับกุมเครือข่ายที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป