ผู้ว่าฯกาฬสินธ์ุเข้มกักตัวคนมาจาก6จว.พื้นที่สีแดง เริ่มคุมอยู่ ไร้รายใหม่ติดเพิ่ม
กาฬสินธ์จ่อเอาอยู่ ไม่มียอดติดเชื้อโควิดรายใหม่เพิ่ม ขณะผึ้ว่าฯไม่นิ่งนอนใจสั่งต้องกักตัวผู้มาจาก6จว.พื้นที่แดงเข้าจังหวัดกาฬสินธ์
เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ ได้เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
โดยมีนายเลิศบุศย์ กองทอง รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ พ.อ.เรืองพงษ์ วงศรีสุข รอง ผอ.รมน.กาฬสินธุ์ นายพิชัย ส่งสุขเลิศสันติ ปลัด จ.กาฬสินธุ์ นพ.อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์ สสจ.กาฬสินธุ์ นพ.ประมวล ไทยงามศิลป์ ผอ.โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ นพ.พรพัฒน์ ภูนากลม รองนายแพทย์ สสจ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ทั้งนี้นายทรงพล ได้เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ที่ผ่านมานั้น เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้บูรณาการช่วยกันปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19อย่างเต็มที่ โดยมีการตรวจคัดกรองเชิงรุกทั้งเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากประชาชนและผู้ประกอบการเป็นอย่างดี ทำให้ล่าสุดวันที่ 3 พ.ค. ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่ โดยยังคงมีผู้ป่วยสะสม 71 รายเท่าเดิม และหายป่วยวันนี้ 3 ราย รวมหายป่วยแล้วทั้งหมด 22 ราย กำลังรักษา 48 ราย เสียชีวิต 1 ราย
นายทรงพล กล่าวต่อว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 แม้ล่าสุดวันนี้พื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ จะไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม แต่ก็ยังอยู่ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ไว้วางใจไม่ได้ เนื่องจากลักษณะการแพร่ระบาดจะเป็นกลุ่มก้อน ในวงจำกัดที่มาจากการสัมผัสใกล้ชิดในครอบครัว กลุ่มเพื่อน กิจกรรมกลุ่มพบปะในชุมชน และการเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ดัง
และการเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ดังนั้นเพื่อเป็นการยกระดับการป้องกันการระบาดของโรค การกักกันตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงจึงเป็นวิธีการสำคัญ มติที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.กาฬสินธุ์ จึงได้ออกคำสั่ง จ.กาฬสินธุ์ เรื่อง การกักตัวผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่สีแดงเข้มหรือผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 6 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร จ.ชลบุรี จ.เชียงใหม่ จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี และ จ.สมุทรปราการ ที่มาอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบ 2 เข็ม หรือมีผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 ผลตรวจไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง ซึ่งหากไม่มีผลตรวจต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อ และหากผลตรวจพบติดเชื้อต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพื้นที่ใกล้ที่สุดทันที ทั้งนี้หากไม่ได้รับการฉีดวัคซีนและไม่มีผลการตรวจ จะต้องกักตัว 14 วัน และรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือ อสม.พร้อมดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นหมอชนะ
ในส่วนผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่นเข้าพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน ผู้มีประวัติไปยังสถานที่พบผู้ป่วย ผู้ที่ประกอบอาชีพเสี่ยง เช่น ผู้ประกอบการพนักงานสถานบริการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ที่แสดงคอนเสิร์ต ผับ บาร์ คาราโอเกะ ผู้ค้าขายในตลาดขอให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือ อสม. ทุกครั้งเพื่อคักกรองและประเมินความเสี่ยง
นายทรงพล กล่าวอีกว่า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทุกคนการ์ดอย่าตก ให้ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 D-M-H-T-T-A อย่างเคร่งครัด โดยการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 2 เมตร ไม่เข้าไปในสถานที่แออัดอากาศไม่ถ่ายเท ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย สแกนไทยชนะหรือหมอชนะ