น้ำตาชาวหนองคาย!! น้ำโขงลดต่ำ ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตชาวบ้านจับปลาได้น้อยจนต้องจอดเรือ และปลากระชังตายทุกวัน
วันนี้ ( 26 ก.ค. 2562) ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคาย ยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ล่าสุดวัดที่ส่วนอุทกวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ มีระดับเพียง 1.50 เมตร ลดลงจากช่วงเดียวกันของเมื่อวานนี้ 4 ซม. ต่ำกว่าตลิ่งถึง 10.70 เมตร
ระดับน้ำโขงที่มีระดับต่ำยังส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตของชาวบ้านริมฝั่งโขง โดยเฉพาะที่ตำบลหาดคำ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ที่ประกอบอาชีพหาปลาในแม่น้ำโขง ช่วงนี้จับปลาได้น้อยและได้เฉพาะตัวเล็ก ๆ จนต้องจอดเรือแล้วไปทำนาและรับจ้างใช้แรงงานในตัวเมืองเพราะช่วงนี้ จำเป็นต้องจอดเรือหาปลากันเกือบทั้งหมด เนื่องมาจากช่วงนี้น้ำโขงลดต่ำทำให้จับปลากันไม่ค่อยได้ จึงต้องจอดเรือไปทำอย่างอื่น ในขณะที่อีกหลายคนก็ไปรับจ้างก่อสร้างในตัวเมือง ซึ่งปกติในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่น้ำโขงขึ้นสูง ชาวบ้านจะจับปลากันได้มาก และจะออกจับปลากันตลอดทั้งวัน
นอกจากนี้ยังกระทบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังหาดคำ ที่ต้องเคลื่อนย้ายกระชังออกไปยังน้ำลึก ที่อยู่ห่างจากฝั่งไกลสุดกว่า 50 เมตร และปลาที่เลี้ยงยังมีอัตราการตายที่เพิ่มขึ้น
นายประจวบ สมประสงค์ อายุ 29 ปี ผู้เลี้ยงปลากระชังชาวตำบลหาดคำ เล่าว่า ช่วงนี้ปลาที่เลี้ยงในเขตตำบลหาดคำ มีอัตราการตายเพิ่มขึ้น คาดว่าเกิดจากการติดเชื้อ ที่ปกติจะเกิดในช่วงที่น้ำโขงขึ้นสูงและขุ่นเท่านั้น แต่ช่วงนี้น้ำโขงลดต่ำลงมาก ปลาก็ยังตายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกระชังที่อยู่ด้านหน้าใกล้กับฝั่ง ส่วนปลาที่ตนเลี้ยงในกระชัง จำนวน 24 กระชัง กว่า 25,000 ตัว ซึ่งตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.62 ปลาได้ตายไปแล้วกว่า 5,000 ตัว เฉลี่ยตายวันละ 200-300 ตัว แต่ช่วงนี้ตนได้นำยาฆ่าเชื้อผสมกับอาหารให้ปลากินก็เริ่มตายน้อยลงเฉลี่ยงวันละ 100-200 ตัว สำหรับปลาที่ตายนั้นจะนำไปทำปลาร้าให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่มารับ กิโลกรัมละ 30 บาท ส่วนปลาที่ใกล้จะตายก็จะไปทำปลาแดดเดียว หากมีพ่อค่าแม่ค้ามารับก็จะขายกิโลกรัมละ 50 บาท จากปกติขายกิโลกรัมละ 70 บาท แต่ก็ต้องทำใจ หากไม่ไหวจริงๆก็จะหยุดเลี้ยงปลาก่อนเพื่อรอให้น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นก่อนถึงจะเลี้ยงต่อ.