เร่งล่าคนร้ายขโมยกระเป๋าชาวนา ได้เงินสดกว่า 1 แสนบาท สร้อยคอทองคำ 2 เส้น ขณะเจ้าตัวลงไปเกี่ยวข้าว

ภูมิภาค24 พ.ย. 2563 • 03:52 น.โดย จักรพันธ์
เร่งล่าคนร้ายขโมยกระเป๋าชาวนา ได้เงินสดกว่า 1 แสนบาท สร้อยคอทองคำ  2 เส้น ขณะเจ้าตัวลงไปเกี่ยวข้าว
ตำรวจขอนแก่นเร่งล่าคนร้ายขโมยกระเป๋าชาวนา ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดกว่า 1 แสนบาท สร้อยคอทองคำ รวม 2 เส้น ขณะเจ้าตัวลงไปเกี่ยวข้าว ด้านผู้เสียหายขอให้พลเมืองดีช่วยแจ้งเบาะแสมีรางวัลนำจับให้ 10,000 บาท พร้อมพึ่งไสยศาสตร์เพื่อหาทางช่วย คาดเป็นคนเดียวกันกับที่หมอดูทัก จากกรณีที่ นางหนูหลิ่ง อ่างชิน อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 164 ม. 11 บ้านนาเจริญ ต.นาจาน อ.สีชมพู จังหวัดขอนแก่น ชาวนา อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ถูกคนร้ายแอบย่องเข้ามาที่กระท่อมนาริมถนน ก่อเหตุขโมยกระเป๋าสะพายของตัวเอง ของสามี และของหลานชาย ขณะกำลังลงนาไปเก็บก้อนข้าวมาสี โดยใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงกลับมากระเป๋าหาย 3 ใบ คนร้ายได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดจำนวนกว่า 100,000 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท และ 1 สลึง รวม 2 เส้น และเอกสารบัตรต่างๆหลบหนีไปอย่างลอยนวล เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 พ.ย.2563 ที่ผ่านมา ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น ความคืบหน้าในเรื่องนี้เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 พ.ย.63 พ.ต.ท.วรพล ศรีเชียงสา สว.(สอบสวน) สภ.สีชมพู เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางด้านคดีได้สอบปากคำผู้เสียหายคือนางหนูหลิ่ง และสามีรวมทั้งหลานชาย ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในจุดเกิดเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทราบว่า ทั้ง 3 คนนั้น ต่างก็มีกระเป๋าคนละใบ และได้หายไปพร้อมกัน โดยนางหนูหลิ่งมีเงินสด 100,000 บาท พร้อมทองรูปพรรณ 2 เส้น ส่วนกระเป๋าหลานชายมีเงินสด 600บาท และคุณตา ซึ่งเป็นสามีของนางหนูหลิ่งนั้น เป็นกระเป๋าที่ใส่กุญแจบ้าน ได้ถูกคนร้ายเอาไปทั้งหมด โดยที่คนร้ายไม่หยิบเอาโทรศัพท์มือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้าใดๆไป "ขณะนี้การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งชุดสอบสวนและชุดสืบสวนก็ทำงานควบคู่กันไป แต่ยังไม่ได้ออกหมายเรียกใคร หรือสอบปากคำใครเพิ่มเติม เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ท้องนา ไม่มีคนรู้และเห็นใครเข้าไปในจุดเกิดเหตุ ไม่มีกล้องวงจรปิด จึงยังไม่มีการสอบปากคำเพิ่ม ในส่วนของชุดสืบสวนก็อยู่ระหว่างการหาหลักฐาน และบุคคลที่ต้องสงสัย แต่ยังไม่พบตัว จึงยังไม่มีการออกหมายเรียกและสอบสวนใครอีก ซึ่งอยู่ระหว่างการทำงานของเจ้าหน้าที่" ด้าน นางหนูหลิ่ง อ่างชิน อายุ 55 ปี กล่าวว่า หลังจากถูกคนร้ายขโมยกระเป๋าไปแล้ว นอกจากจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายแล้ว ยังได้พึ่งพาไสยศาสตร์ด้วยการไปหาหมอดู ให้ช่วยทำนายว่า จะได้เงินคืนหรือไม่และคนร้ายที่ลงมือในครั้งนี้เป็นคนอย่างไรบ้าง ซึ่งหมอดำนายว่า คนร้ายที่ลงมือในครั้งนี้ ทำคนเดียวเป็นชายสูงอายุ รูปร่างใหญ่ ผิวคล้ำ หน้าผากกว้าง ขโมยเอากระเป๋าเงินไปซ่อนไว้ในป่าลึก และอยู่ระหว่างการทยอยเอาเงินออกมาใช้จ่าย จึงจะไม่ได้เงินคืน ซึ่งเมื่อหมอดูทำนายรูปร่างและลักษณะของคนร้าย ก็คิดหน้าออกว่าเป็นใคร แต่ไม่มีพยาน หลักฐานชี้ชัดการลงมือ จึงไม่กล้าพูด ไม่กล้าบอกว่าเป็นใคร ได้แต่เกิดความสงสัยในใจ จึงได้ตั้งรางวัลนำจับ 10,000 บาท ให้คนที่ชี้เบาะแสและชี้ตัวคนร้ายให้ตำรวจจับกุมตัวมาดำเนินคดี และขอสาปแช่งให้คนร้ายรายดังกล่าว ตามที่หมอดูทำนาย หมดตัว อย่าได้อยู่ดีมีสุข ทำอะไรก็ให้ลำบากล่มจมตลอดชีวิต