กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงร่วม 3 ฝ่าย เน้นควบคุมพื้นที่สกัดยาเสพติด พร้อมช่วยเหลือปชช.ที่ได้รับผลกระทบโควิด19

ภูมิภาค3 ส.ค. 2564 • 08:21 น.โดย วีระยุทธ
 กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงร่วม 3 ฝ่าย เน้นควบคุมพื้นที่สกัดยาเสพติด  พร้อมช่วยเหลือปชช.ที่ได้รับผลกระทบโควิด19
วันนี้ (3 สิงหาคม 2564) ที่ห้องประชุมดาหลา กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พันเอกเกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย พันตำรวจเอกวศิน จินตเสถียร ผู้กำกับการ (สอบสวน) กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ / ผู้ช่วยโฆษกกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และนายธีรพงษ์ เพชรรัตน์ ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ / โฆษกศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมแถลงข่าวชี้แจงผลการปฏิบัติงานในห้วงเดือนที่ผ่านมา พันเอกเกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ได้ทำการสืบทราบ รวมทั้งได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวภาคประชาชนว่าพบบุคคลต้องสงสัยมาพักหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ บ้านชะเมาสามต้น ตำบลเตราะบอน และ บ้านบือแนดาแล ตำบลกะดุนง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี จึงได้ดำเนินตามขั้นตอนในการบังคับใช้กฎหมายด้วยความโปร่งใส ใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักภายใต้การมีส่วนร่วมและรับรู้ของผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชนในพื้นที่ในการช่วยเจรจาเกลี้ยกล่อมแต่กลุ่มคนร้ายไม่ยินยอมกลับใช้ระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ขว้างใส่เพื่อเปิดทางหนี เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องตอบโต้ป้องกันตัว ภายหลังการปฏิบัติ พบผู้เสียชีวิต 2 รายในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนามะอูฮัดซูบูลูซซาลาม ประกอบด้วย นายคูไมดี รีจิ และ นายอัมรี มะมิง ทั้ง 2 ราย เป็นแกนนำปฏิบัติการคนสำคัญ มีหมายจับ ป.วิอาญา รวมกัน 5 หมาย โดยนายคูไมดี มีประวัติปล้นร้านทองสุธาดา ที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2562 และนายอัมรี เป็นผู้ร่วมก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 ส่วนในพื้นที่ ตำบลกะดุนง ผลการปฏิบัติ มีผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย คือ นายอัซมาน สะมะแอ และนายสูไลมาน ดอเลาะ ทั้ง 2 ราย เป็นแกนนำปฏิบัติการคนสำคัญ มีหมายจับป.วิอาญา รวมกัน 5 หมาย สำหรับความช่วยเหลือประชาชนนั้น แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผู้บังคับหน่วย ในระดับต่างๆ ได้ให้ความสำคัญในการช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ด้วยการตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ มอบสิ่งของอุปโภค บริโภค น้ำดื่ม รวมทั้งเวชภัณฑ์ป้องกันเชื้อไวรัส และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดรถครัวสนามแจกจ่ายข้าวกล่องให้พี่น้องประชาชน รับซื้อผลผลิตทางการเกษตรเพื่อช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบจากกรณีผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาดและมีราคาตกต่ำจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยรับซื้อทุเรียนบ้าน จำนวน 5 ตัน, เงาะ 10 ตัน, มังคุด 20 ตัน ผลผลิตที่รับซื้อดังกล่าวได้นำไปแจกจ่ายให้แก่ทหารกองประจำการ รวมทั้งกำลังพลและครอบครัวได้บริโภค โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ทางแม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้หน่วยในพื้นที่ให้การสนับสนุนทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดที่เพิ่มขึ้น เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนตามแนวชายแดน เพื่อสกัดกั้นผู้ลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย ที่อาจนำพาเชื้อไวรัสเข้ามาแพร่กระจายในชุมชนและหมู่บ้าน รวมทั้งให้ปรับด่านตรวจ จุดตรวจ เป็นจุดคัดกรองโควิด อีกทั้งเน้นย้ำ กำลังพลให้ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างแก่ประชาชนในพื้นที่ในการป้องกันตนเองและครอบครัวให้รอดพ้นจากการติดเชื้อโควิด -19 ด้าน นายธีรพงษ์ เพชรรัตน์ ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ / โฆษกศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า ในส่วนของผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 นั้น ส่งผลกระทบต่อนักศึกษาไทยจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กำลังเรียนในต่างประเทศ ล่าสุด ศอ.บต. ได้เตรียมอำนวยความสะดวกนักศึกษาไทยในต่างประเทศ อาทิ อินโดนีเซีย ซูดาน มาเลเซีย ที่จำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศไทยเป็นกรณีพิเศษเฉพาะเนื่องจากนักศึกษาบางส่วนจะสำเร็จการศึกษาในเดือนกรกฎาคมและตรวจลงตรา (Visa) จะหมดอายุในเดือนสิงหาคม รวมทั้งต้องปฎิบัติตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ที่กำหนดให้ผู้ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรต้องเข้ารับการกักกันโรคอย่างน้อย 14 วัน ในสถานที่กักกันโรคทางเลือก โดยผู้ที่เข้ารับการกักกันโรคจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม นักศึกษาไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้ ศอ.บต. จึงจะทำการประสานกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดเตรียมสถานที่กักกันโรคและบริหารจัดการให้ความช่วยเหลือนักศึกษาต่อไป