ช้างป่าสีดอล้มคาบ่อน้ำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว บึงกาฬพบป่วยรุนแรง

ภูมิภาค24 มี.ค. 2566 • 00:13 น.
ช้างป่าสีดอล้มคาบ่อน้ำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว บึงกาฬพบป่วยรุนแรง

จากเหตุการณ์ช้างป่าสีดอ ตัวใหญ่ สูงกว่า 3.60 เมตร หนักประมาณ 3 ตันกว่า ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ กำลังใช้งวงหายใจเป่าลมออกทางปาก ที่กำลังยืนแช่น้ำอยู่ในหนองน้ำ หลังฐานพิทักษ์ป่าหนองบ่อ ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว บ้านหน่องบ่อ ต.โคกกว้าง อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ เพียง 200 เมตร เวลาไม่นานช้างป่าสีดอใหญ่ ก็ล้มลงสิ้นใจคาบ่อน้ำจุดดังกล่าว ในเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 21 มี.ค.

ล่าสุดวันที่ 23 มีนาคม 2566 นายวิษณุ กุมภาว์ หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว หลังรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ ก็มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.บุ่งคล้า พร้อมประสานร้อยเวร และทีมสัตวแพทย์ จากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ. 10 (อุดรธานี) ฝ่ายปกครองอำเภอบุ่งคล้า ผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน และกู้ภัยสว่างศรีวิไล จุดบุ่งคล้า นำกำลังพร้อมเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว กว่า 30 นาย ลงพื้นที่เดินเท้าจากฐานพิทักษ์ป่าหนองบ่อ ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ไปยังที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงบริเวณหนองน้ำพบช้างป่าสีดอ นอนตะแคงหัวจมน้ำอยู่ จึงประสานรถแบ็คโฮของเอกชน เข้ามาช่วยเหลือ ยกร่างอันหนักหนากว่า 3 ตันของสีดอ ขึ้นจากบ่อน้ำอย่างทุลักทุเล 

พบว่าเท้าหน้ามีขนาดกว้าง 50 ซม.เส้นรอบปลายเท้า 150 ซม. งวงยาว 2.60 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมงในการชันสูตรผ่าพิสูจน์ เพราะช้างตัวใหญ่มาก โดยตัดชิ้นในภายในท้องของช้างป่าสีดอ เช่น  หัวใจ ปอด ตับ ม้าม ไต ลำไส้ กระเพาะอาหาร อาหารในกระเพาะ น้ำในช่องท้อง ส่งสถาบันสุขภาพสัตว์ กรมปศุสัตว์ ส่งไปชันสูตรตรวจหาสาเหตุของการตาย และจากการสังเกตเบื้องต้นพบว่า ชิ้นส่วนภายในช่องท้องของช้างป่าสีดอ โดยเฉพาะลำไส้ ผนักลำไส้ กระเพาะอาหาร มีอาการเน่าเปื่อยอย่างรุนแรง จนสามารถใช้มือดึงลำไส้ออกจากช่องท้องได้ง่าย แต่ระบบทางเดินหายใจ ทุกชิ้นปกติ และจะทราบผลประมาณ 1 เดือน ซึ่งหลังจากผ่าตัดชิ้นเนื้อส่งไปตรวจ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดถ้ำพระ อ.เซกา ที่เคยให้ที่อยู่อาศัยและอาหารแก่ช้างป่าสีดอตัวนี้  มาทำพิธีสวดบังสุกุล ซากช้างป่าสีดอใหญ่ตัวนี้ 

โดย นายวิษณุ กล่าวว่า ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ทราบอาการป่วยของช้างป่าสีดอตัวนี้ราววันที่ 15 มี.ค. และได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อประสานทีมแพทย์ ของสำนัก 10 อุดรธานี เพื่อเข้ามาช่วยเหลือ พร้อมจัดชุดเฝ้าติดตามช้างตัวนี้ตลอด ซึ่งช้างยังเดินได้ แต่ช้ากว่าปกติ หากินตามพื้นที่รอบนอกใกล้สวนป่า สวนยางของชาวบ้าน และหนองน้ำบ่อน้ำ ใกล้แนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า การกินอาหารก็กินได้น้อยลง ซึ่งเราก็เฝ้าสังเกตุอยู่ตลอดว่าเกิดจากอะไร และก็ไม่สามารถเข้าใกล้ช้างได้ เพราะตัวใหญ่มาก อายุน่าจะ 40-50 ปีได้ สูง 3.60 เมตร หนัก 3 ต้นกว่าๆ

จนเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมาช้างก็อาการดีขึ้นสามารถเดินเข้าป่าได้ มาวันที่ 21 มีนาคมทราบจากเจ้าหน้าที่ว่าช้างเล่นน้ำอยู่ในบ่อ ใกล้ฐานพิทักษ์ป่าหนองบ่อ ลักษณะเชื่องช้าลง จึงถอยออกไปเฝ้าระวังอยู่ในฐาน ซึ่งหากออกไปเพียง 2-300 เมตร ตกบ่ายกลับมาดูพบว่าช้างป่าสีดอล้มแล้ว ซึ่งก็ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบทุกวัน

เบื้องต้นจาการตรวจสอบไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายแต่อย่างใด โดยได้นำรถแบคโฮ ที่รับเหมาอยู่ใกล้ๆ มาขุดหลุมลึกกว่า 5 เมตร ฝั่งกลบ และสั่งการให้เจ้าหน้าที่โรยปูนขาวฆ่าเชื้อโดยรอบบริเวณจุดฝั่งกลบเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อแล้ว