ตร.ขลุงล่า 2คนร้ายสวมไอ้โม่งระเบิดตู้เอทีเอ็ม เผยเป็นวัยรุ่นยังซ้อนตัวในพื้นที่
พ.ต.อ.ณพล นามนารถ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ได้เปิดเผยว่า เมื่อวาน พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ได้เรียกประชุมตำรวจเพื่อวางแผนแบ่งงานในการที่จะดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่มาวางระเบิด ตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารกรุงเทพ ที่บริเวณหน้าสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนอิมั้งเพิ่มพูนทรัพย์ จำกัด หมู่ที่ 8ต.ซึ้ง อ.ขลุง จ.จันทบุรี เป็นไปด้วยความเข้มข้น เพราะเป็นเรื่องที่ท้าทายตำรวจ ส่วนแนวทางการสืบสวนมันน่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวัยรุ่นที่คิดว่าใช้ระเบิดแสวงเครื่องที่ผลิตเอง คล้ายๆ กับประทัดยักษ์มาประกอบ ใส่เศษเหล็ก และใส่ตะกั่วเข้าไป คิดว่าจะมีอนุภาพทำลายระเบิดตู้เอทีเอ็ม ได้ โดยไม่เกิดเพลิงไหม้ และจะได้เอาเงินภายในตู้มา ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่ใช่เพราะตู้นิรภัย หรือตู้เซฟของธนาคารทุกธนาคารระบบเซฟตี้ดีมากเป็นเหล็กชั้นดี ซึ่งเชื่อว่าวัตถุประสงค์คนร้าย 2 คน น่าจะเป็นวัยรุ่น อายุน่าจะไม่เกิน 25 ปี ใส่หมวกไหมพรมทั้งคู่มาดูลาดราว และก่อเหตุ โดยใช้ระเบิดแรงดันต่ำ คิดว่าจะได้เงินมาง่ายๆแต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรไป
“ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรขลุง และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนไล่กล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี และที่สำคัญได้ให้ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรขลุง ติดต่อกับผู้บริหารของธนาคารกรุงเทพเพื่อขอดูกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่กับตู้เอทีเอ็ม ซึ่งเชื่อว่าก่อนที่คนร้ายจะมาวางระเบิดเพื่อทำลายตู้เอทีเอ็ม น่าจะมีหลักฐานลักษณะท่าทาง และรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายอยู่ในกล้องวงจรปิดภายในตู้เอทีเอ็ม ซึ่งทางธนาคารก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี” พ.ต.อ.ณพล กล่าว และว่า
ปมที่ตำรวจให้ความสนใจ คือ เรื่องปมประสงค์ต่อทรัพย์เป็นหลัก เชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะเป็นวัยรุ่นในพื้นที่ และมีการวางแผนมาอย่างดี ทั้งนี้ในช่วงบ่ายนี้ได้ลายละเอียดกล้องวงจรปิดของตู้เอทีเอ็ม ก็จะมีแนวการสืบสวนกำชับเข้าไป และจะรีบดำเนินการจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เบื้องต้นชุดสืบสวนได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิดแล้วบางส่วน ว่าคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อหนึ่ง สีดำ ติดป้ายทะเบียนมาด้วย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะเป็นแนวทางการสืบสวน คิดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุยังหลบซ้อนตัวอยู่ในพื้นที่ และคาดว่าน่าจะได้ตัวคนร้ายที่ก่อเหตุวางระเบิดตู้เอทีเอ็ม มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างแน่นอนอีกด้วย