ท่องเที่ยวปีใหม่ สัมผัสไออุ่น ภูเขา เขื่อนลำปาว
มนต์เสน่ห์แดนอีสาน สหัสขันธ์ มรดกล้ำค่าบนเส้นทางท่องเที่ยว
บนถนนทางหลวงหมายเลข 227 จากตัว อ.เมืองกาฬสินธุ์ ระยะทาง 32 กม. มุ่งหน้าสู่ อ.สหัสขันธ์ อาณาจักรและศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวของเมืองน้ำดำ ด้วยความหลากหลายของวิธีชน กลุ่มชาติพันธุ์ก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมประเพณีที่สืบสานมาจากรุ่นสู่รุ่น เติมเต็มด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งภูเขาน้อยใหญ่ กระจายอยู่ทั่วทั้งอำเภอขณะที่อีกฟากฝั่งอาณาเขต มีเขื่อนลำปาวเป็นแนวเขตกั้นกลางระหว่างอำเภอข้างเคียง 1 ใน 18 อำเภอ ของ จ.กาฬสินธุ์ มีความอุดมสมบูรณ์ในด้านทรัพยากรธรรมชาติ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายและน่าสนใจ
“สหัสขันธ์รื่นรมย์ พระพรหมภูสิงห์ สวยยิ่งเขื่อนลำปาว ภูค่าวพระนอน พักผ่อนแหลมโนนวิเศษ อาณาเขตไดโนเสาร์ ภูกุ้มข้าวสัตว์โลกล้านปี” เป็นคำขวัญประจำอำเภอ ถ่ายทอดเรื่องราวในมุมมองอันสวยงามในพื้นที่ได้อย่างลงตัว นำทางท่องเที่ยวให้กับผู้มาเยือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเทศกาลปีใหม่ มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน กิน เที่ยว ชม ช็อป ที่สหัสขันธ์ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางมาสัมผัสกลิ่นไอธรรมชาติและวิถีชาวบ้าน

ชนิดา ตั้งเทวนนท์
นางชนิดา ตั้งเทวนนท์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ศักยภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ จุดสำคัญจะอยู่ที่ อ.สหัสขันธ์ ที่มีความสมบูรณ์ด้านธรรมชาติ มีภูเขา มีเขื่อนลำปาวสายน้ำที่สวยงาม โดยเฉพาะยามเย็นพระอาทิตย์ตก สามารถชมบรรยากาศและสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงามบนสะพานเทพสุดา นอกจากนี้ยังมีภูเขาที่อยู่รายรอบ เป็นที่ตั้งของพุทธสถานที่พุทธศาสนิกชนมีความศรัทธาให้ความเคารพนับถืออย่างมาก เช่น วัดสักกะวันภูกุ้มข้าว เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สิรินธร (ไดโนเสาร์) ภูสิงห์ ภูเขาที่สูงที่สุดใน จ.กาฬสินธุ์ บนยอดเขาเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธปฏิมากรพระพรหมภูมิปาโล และวัดพุทธาวาสภูสิงห์ มีบันไดสวรรค์ ให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปชมทิวทัศน์ที่สวยงามบนยอดเขา ที่ภูค่าว ภูเขาลูกเล็ก ๆ มีวัดพุทธนิมิต เป็นศูนย์รวมยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะพระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอนตะแคงซ้าย มีแห่งเดียวในประเทศไทย กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุแห่งแรกของ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อปี 2484 มีอายุกว่า 2,000 ปี นอกจากนี้ถาวรวัตถุทั้งพระมหาธาตุเจดีย์พุทธนิมิต พระสี่อริยบท ขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะที่ถนนไดโนโรด ที่จัดเตรียมรับนักท่องเที่ยวทุกวันศุกร์ และถนนสายบุญไดโนโรดในเช้าวันเสาร์ ที่ได้ร่วมนุ่งซิ่น นั่งสาด ตักบาตร ตามวิถีประเพณีอีสาน
ว่าที่ร้อยโทธีระพล โชคนำชัย นายอำเภอสหัสขันธ์ กล่าวว่า สหัสขันธ์ หรืออำเภอใหม่ ได้ย้ายมาจาก ต.โนนศิลา มาตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ภูสิงห์ หรือ ต.โนนบุ รีในปัจจุบัน จากการก่อสร้างเขื่อนลำปาวปี 2510 ทำให้เกิดน้ำท่วมประชาชนส่วนใหญ่จึงได้อพยพหนีน้ำท่วม และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในดินแดนที่มีภูเขารายล้อมอยู่ทั่วบริเวณ อยู่ใกล้น้ำเขื่อนลำปาว แต่น้ำท่วมไม่ถึง ทำให้บรรยากาศมีทั้งป่าเขาและมหาธารลำปาวในเขต ต.โนนบุรี ที่อยู่ในตัวอำเภอมีความสะดวกที่จะเดินทางขึ้นเขาลงเขื่อนได้อย่างสบาย
“พระพรหมภูสิงห์ เป็นการเอ่ยนามย่อของพระพุทธปฏิมากรพระพรหมภูมิปาโล พระพุทธรูปปางมารวิชัย องค์ใหญ่ขนาดหน้าตักกว้าง 10.5 เมตร สูง 17.80 เมตร ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาภูสิงห์ ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเล 346 เมตร ในเขตการดูแลของสำนักสงฆ์พุทธาวาสภูสิงห์ พระพุทธปฏิมากรพระพรหมภูมิปาโล เป็นพระพุธรูปที่มีพระลักษณะสมส่วน พระวรกายสง่างาม พระพักตร์อิ่มเอิบ ผู้ที่ได้พบเห็นต่างเกิดพลังศรัทธาเลื่อมใส ยิ่งได้กราบบูชาถึงยอดเขา จะยิ่งบังเกิดสิริมงคล สมดั่งนามพระพรหมภูมิปาโล ที่หมายความว่าพระผู้ยิ่งใหญ่ เปี่ยมด้วยพรหมวิหารธรรม ที่คอยให้ความพิทักษ์คุ้มครองสถานทั่วปริมณฑล ซึ่งได้มีการสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 14 เม.ย. 2511 โดยนายบุรี พรหมลักขโณ อดีต ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานในการจัดสร้าง โดยพิธีพุทธาภิเษกได้ประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ยังเบื้องพระนลาฎองค์พระปฏิมากร เพื่อเพิ่มพูนความศักดิ์สิทธิ์ โดยมีพระเกจิอาจารย์คณะสงฆ์ผู้ใหญ่สายอีสานร่วมทำพิธีพุทธาภิเษก วัดพุทธาวาสภูสิงห์ โดยพระครูสิริพัฒนนิเทศก์ รองเจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ ประธานสงฆ์วัดพุทธาวาสภูสิงห์ ได้หลอมรวมพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนใน อ.สหัสขันธ์ และทั่วสารทิศประกอบพิธีสำคัญทางพุทธศาสนาต่อเนื่องมาอย่างยาวนานจนเป็นประเพณีสำคัญ ที่จะจัดเพียง 1 ครั้งในรอบปี ประเพณีอัญเชิญผ้า ขอขมาพระรัตนตรัย ถวายผ้าอังสะ สรงน้ำพระพุทธปฏิมากรพระพรหมภูมิปาโล ที่จะกระทำกันทุกวันที่ 12 เม.ย. ของทุก ๆ ปี และในวันออกพรรษา ยอดเขาภูสิงห์จะถูกเนรมิตให้เป็นดั่งสวรรค์ชั้นฟ้าตามตำนานในสมัยพุทธกาลครั้งเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จลงจากสวรรค์ เพื่อโปรดสรรพสัตว์ยังโลกมนุษย์ ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ คณะสงฆ์จะเดินลงจากเขาผ่านบันไดสวรรค์ 654 ขั้น พร้อมขบวนเทพยดา นางฟ้า รับบิณฑบาตญาติโยมที่เดินทางมาร่วมประเพณีมากกว่า 20,000 คน” นายอำเภอสหัสขันธ์ กล่าวว่า

ว่าที่ร้อยโทธีระพล โชคนำชัย
สำหรับไดโนเสาร์บรรพชีวินสัตว์โลกร้อยล้านปีที่ค้นพบบริเวณเชิงเขาภูกุ้มข้าวในปี 2537โดยเจ้าคุณหลวงปู่พระญาณวิสาลเถร หรือหลวงปู่หา สุภโร พระเกจิชื่อดังเป็นผู้ค้นพบ และจากการค้นพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์ครั้งนี้ เป็นเสมือนเปิดเมืองทั่วโลกรู้จัก “สหัสขันธ์” ดินแดนไดโนเสาร์ จากนิมิตพบเห็นแสงสว่างที่ใสมากเป็นแสงที่ไม่เคยพบมาก่อน และปรากฏภาพสัตว์ตัวใหญ่คอยาวเดินไปเดินมาบริเวณภูกุ้มข้าว และกินใบไม้ เล่นน้ำเสมือนมีชีวิตอยู่ เป็นนิมิตที่ปรากฏอยู่เรื่อยมากระทั่งปี 2536 และปี 2537 ได้มีเสียงแว่วมาบอกว่าจะขอมาอยู่ด้วย พรุ่งนี้จะมีฝนห่าใหญ่มาจากทิศอุดร และจะมาให้เห็นกับฝนนั้น และก็เป็นจริงได้เกิดฝนตกแบบไม่ลืมหูลืมตาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป็นเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง เมื่อฝนหยุดจึงเดินออกจากจากกลดและได้พบซากกระดูกมากมายกองเรียงรายบนทางน้ำเซาะ
จากนั้น ดร.วราวุธ สุธีธร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา พร้อมคณะนักธรณีวิทยา ได้แถลงการค้นพบครั้งนี้นับเป็นประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะเป็นการพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์สายพันธุ์กินพืช หรือไดโนเสาร์พันธุ์โซโรพอด กว่า 700 ชิ้น มากที่สุดเท่าที่เคยพบมา อีกทั้งยังมีซากดึกดำบรรพ์ ที่มีอายุราว 65 ล้านปีอีกมากมาย กระทั่งในเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2538 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จทอดพระเนตรซากกระดูไดโนเสาร์ที่พบครั้งใหม่ และได้จัดตั้งโครงการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ภูกุ้มข้าว ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2550 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 ธ.ค. 2551 และได้รับพระราชทานนามว่า “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” โดยมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาชมจำนวนมากในแต่ละปี