สุดยอดแห่งแรกของกระบี่ครูนร.บ้านเกาะไทรตื่นตัวโควิด​-​19​ สอนเด็กประถม 4 – 6 ทำหน้ากากผ้าอนามัยแจกกว่า 1 หมื่นชิ้น

ภูมิภาค14 มี.ค. 2563 • 21:04 น.
สุดยอดแห่งแรกของกระบี่ครูนร.บ้านเกาะไทรตื่นตัวโควิด​-​19​ สอนเด็กประถม 4 – 6 ทำหน้ากากผ้าอนามัยแจกกว่า 1 หมื่นชิ้น
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2563 เวลา 10..00 นาฬิกา ที่โรงเรียนบ้านเกาะไทร หมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งไทรทอง อำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่ นับเป็นโรงเรียนแห่งแรกที่นำร่องของจังหวัดกระบี่ ในการจัดทำหน้ากากผ้าอนามัยก่อนที่กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ จัดทำหน้ากากอนามัยใช้ป้องกันตนเองจากโรคตืดเชื้อไวรัสโควิค 19 โดย นางอิศรา สุรัสสวดี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเกาะไทร พร้อมด้วยคณะครู ได้ชวนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 จำนวน 117 คน ใช้เวลาวันหยุดทุกๆวันเสาร์ร่วมกิจกรรม ชาวโรงเรียนบ้านเกาะไทรทำความดีด้วยหัวใจ ห่วงใยสังคมไทยให้รอดพ้นจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิค 19 มาตั้งแต่เริ่มเกิดโรคดังกล่าวที่เมืองฮูฮั่น ประเทศจีน ที่มีแพร่ระบาดเกิดขึ้นด้วยการนำเงินส่วนตัวของคณะครูและงบประมาณของโรงเรียนส่วนหนึ่ง จัดซื้ออุปกรณ์ในการทำหน้ากากผ้าอนามัย โดยมีนางขนิษฐา พงศ์พิพัฒน์พันธุ์ เป็นครูผู้ฝึกสอน ในการทำหน้ากากผ้าอนามัยใช้ในการป้องกันตนเองและครอบครัว รวมถึงโรงเรียนดังกล่าวด้วย และได้ให้นักเรียนที่ร่วมกิจกรรมนำความรู้ในการทำหน้ากากผ่าอนามัยไปสอนให้กับผู้ปกครองและญาติๆใช้อีกด้วย ตั้งแต่เริ่มกิจกรรมดังกล่าวสามารถผลิตหน้ากากผ้าอนามัยได้กว่า 1 หมื่นชิ้นนอกจากนี้หน้ากากผ้าอนามัยอีกส่วนหนึ่งยังได้มอบให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งไทรทอง อำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่ อีกด้วย ซึ่งนางอิศรา สุรัสสวดี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเกาะไทร กล่าวว่าจากการแพร่ระบาดขอโรคติดเชื้อไวรัสโควิค 19 ที่เมืองฮูฮั่น ประเทศจีน ทางโรงเรียนบ้านเกาไทรมีความตื่นตัวและตระหนักถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น จนได้มีการปรึกษาหารือกับคณะครู จัดทำหน้ากากอนามัยขึ้นเพื่อใช้ในการป้องกันตนเองและครอบครัวจนถึงขณะนี้ คณะครูและนักเรียนยังมีการผลิตหน้ากากอนามัยอย่างต่อเนื่องโดยนำผ้าชนิดดีมาผลิตไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิค 19 จะหมดหายไป หน้ากากผ้าอนามัยนี้นำมาซักและใช้ได้หลายครั้ง ทั้งได้เน้นย้ำให้คณะครูและนักเรียนทุกคนควรปฏิบัติในการป้องกันตนเองคือ กินอาหารร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย ไม่อยู่ในชุมชนแออัด และนำไปบอกล่าวให้กับผู้ปกครองและญาติได้รับทราบอีกด้วย