ระทึก!!เสียงปืนแตกแนวชายแดน"ระนอง"ชาวเมียนมาหนีตายข้ามแม่น้ำกระบุรีมาฝั่งไทย
เกิดการปะทะกันครั้งแรก ที่ชายแดน ด้าน ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง โดยชาวบ้านหวายแดง อ.บกเปี้ยน จ.บกเปี้ยน ได้หนีตายข้ามแม่น้ำกระบุรี เข้ามายัง ฝั่งไทย ในพื้นที่ บ้านหาดตุ่น ม.8 ต.ปากจั่น เสียงปืนมีการยิงกันสนั่นตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมา กำลังฝั่งไทยสามารถมองเห็นการสู้รบได้ด้วยสายตาในการจะเข้ายึดท่าเทียบเรือหวายแดนในฝั่งประเทศเมียนมา โดยมี หน่วย ฉก.ร.25 กกล.เทพสตรีและชุดเฝ้าตรวจชายแดน ตชด.415 จัดวางกำลังเข้มตลอดแนวชายแดน ตามแผนที่ ผบ.กกล.เทพสตรี มาไว้ก่อนหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 เกิดเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่ จ.บกเปี้ยน ภาคตะนาวศรี ซึ่งแยกเป็นจังหวัดใหม่ ออกมาจาก จ.เกาะสอง ประเทศเมียนมา โดยที่หมู่บ้านหวายแดง อ.บกเปี้ยน จ.บกเปี้ยน ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับ บ้านหาดตุ่น คุ้มหวายแดง หมู่ที่ 8 ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง ที่มีต้นแม่น้ำกระบุรีกั้นแนวชายแดนได้เกิดเสียงปืนเล็กยาว หรือปืนอาร์ก้า ยิงปะทะกันสนั่นบริเวณท่าเรือบ้านหวายแดง ระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยงที่เพิ่งเข้ามาเคลื่อนไหวและควบคุมหมู่บ้านตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา เป็นระยะเวลาร่วม 3 เดือน
โดยชาวบ้านในพื้นที่แนวชายแดนไทยสามารถถ่ายคลิป เสียยิงปะทะกันต่อเนื่อง อย่างที่ไม่เคยเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน มีชาวบ้านจากหมู่บ้านหวายแดง ข้ามแม่น้ำกระบุรี หนีตายเข้ามาในพื้นที่นั่งหลบภัย ในสวนปาล์มน้ำมัน ทางฝั่งไทย จำนวนนับร้อยราย และกระจายตัวกันไปในพื้นที่ 2 ตำบล คือ ต.ปากจั่น และ ต.จปร. อ.กระบุรี จ.ระนอง และมีการปะทะกันถึงเย็นก่อนฟ้าจะมืด ซึ่งจุดที่ยิงปะทะกันตรงจุดนี้ เป็นกลุ่มกะเหรี่ยงที่มีกำลังประมาณ 160 นายที่แฝงตัวในหมู่บ้าน และกองกำลังทหารเมียนมา ที่ส่งกำลังมาจากจังหวัดเกาะสอง ไม่ทราบจำนวนสามารถมองเห็นกำลังทหารกะเหรี่ยงที่ใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้ และยึดฐานที่มั่นบริเวณท่าเทียบเรือห้วยแดงเอาไว้ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงรวมทั้งฝ่ายปกครองอำเภอกระบุรี คอยยืนเฝ้าสังเกตการณ์ ด้วยตาเปล่าเห็นการสู้รบด้วยอาวุธปืนตามริมแม่น้ำกระบุรีไม่มีกองกำลังฝ่ายใด รวมทั้งการใช้อาวุธปืน ยิงเข้ามาทางฝั่งไทย
จากการสอบถามชาวเมียนมาครอบครัวหนึ่ง ที่มีทั้งพ่อ แม่ ผู้พิการนั่งรถเข็น และเด็กๆชาวเมียนมา ซึ่งข้ามหนีตายมายังฝั่งไทย ได้ความว่าหมู่บ้านที่มีการต่อสู้กันคือหมู่บ้านหวายแดง เป็นชื่อเดียวกับคุ้มหวายแดง บ้านหาดตุ่น ม.8 ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง ทางฝั่งไทย โดยมีกองกำลังของกะเหรี่ยงประมาณ 160 นาย ที่เข้ามายึดและเคลื่อนไหวในหมู่บ้าน โดยไม่ทราบกำลังทหารของเมียนมา ที่ยังไม่สามารถเข้ามายึดคืนหมู่บ้านหวายแดงคืนกลับ ซึ่งทางทหารไทยได้ดูแลตามหลักสิทธิมนุษย์ชน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ พร้อมตรึงกำลังตลอดแนวชายแดน ไม่ให้กองกำลังใดเข้ามาในประเทศ และไม่ให้กระทบกับพี่น้องประชาชนชาวไทย
ต่อมาได้มีการแจ้งผ่านกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ทุกหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลปากจั่น เพื่อทราบและถือปฏิบัติ หลังได้ยินเสียงปืนบริเวณบ้านหวายแดงฝั่งประเทศเมียนมา ห้ามประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้อง เข้าไปในบริเวณคุ้มบ้านเจ้าจอกและคุ้มบ้านไทรฮ้อย ห่างจากชายแดน100เมตร จึงขอให้ท่านแจ้งประชาชนห้ามเข้าใกล้บริเวณดังกล่าวและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ซึ่งก่อนหน้าหนึ่งสัปดาห์ ประชาชนชาว จ.ปกเปี้ยน ประเทศเมียนมา ได้เริ่มมีการอพยพกันมาอาศัยอยู่ตามชายแดนริมแม่น้ำกระบุรี เพื่อเตรียมความพร้อมหนีภัยสงคราม เพราะเกิดความหวาดกลัว จะเกิดการสู้รบปะทะกันระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยงที่เข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ เนื่องจากทราบข่าวว่า ทหารเมียนมา กำลังเคลื่อนย้ายกำลังเข้ามาในหมู่บ้านที่กะเหรี่ยงยึดครอง ซึ่งอาจเกิดการปะทะกันในเร็วๆนี้ จึงหลบหนีออกจากหมู่บ้านของตนมาอยู่บริเวณแนวชายแดนประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้าม อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ 2566 สัปดาห์ที่ผ่านมา พลตรีวรเดช เดชรักษา ผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรี พร้อมด้วย พันเอกภูมิพัฒน์ บุญเรืองขาว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ได้เดินทางลงพื้นที่ ลาดตระเวนตลอดแนวชายแดนไทย ด้าน จ.ระนอง-ชุมพร ทั้งทางอากาศ ทางทะเล และทางบก พร้อมได้ปรับแผนและยกระดับเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนพื้นที่ 24 ช.ม.,การเฝ้าตรวจช่องทางท่าข้ามที่ลุยข้าม, การตั้งจุดตรวจจุดสกัด, การปิดกั้นช่องทางที่ไม่ถูกกฎหมาย รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ประชาชนไม่ให้มีการลักลอบผ่าน เข้า – ออก ตามแนวชายแดนเป็นอันขาด รวมทั้งหาพื้นที่รองรับผู้ลี้ภัย หากเกิดสถานการณ์ไม่สงบ ซึ้งทางกองกำลังเทพสตรีได้จัดเตรียมแผนป้องกันเป็นที้รียบร้อยแล้ว
โดย พลตรีวรเดช เดชรักษา ผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรี กล่าวว่า ลงพื้นที่ให้กำลังใจกับชุดลาดตระเวนและชุดเฝ้าตรวจ รวมทั้งการลาดตระเวนทั้งทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ เพื่อให้เห็นครบทุกมิติ และนำข้อมูลมาปรับแผน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการป้องกันแนวชายแดน พร้อมเปิดเผยถึงสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านว่า เมื่อเดือนสองเดือนที่ผ่านมา สถานการณ์มีการสู้รบกันบ้าง ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในพื้นที่ชายแดนด้านจังหวัดระนอง
ซึ่งมีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนของประเทศเพื่อนบ้าน มีการอพยพมาอยู่ตามแนวชายแดนใกล้กับประเทศเรา พร้อมทั้งได้เน้นย้ำทั้งชุดเฝ้าตรวจและลาดตระเวนตามแนวชายแดน ให้ทหารกองกำลังเทพสตรี หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 และชุดเฝ้าตรวจ ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 4105 ได้เพิ่มความถี่และความเข้ม ทั้งการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจ แต่ในห้วงที่ผ่านมายังไม่มีผลกระทบด้านความมั่นคงกับประเทศเราแต่อย่างใด อีกทั้งได้เตรียมแผนการป้องกัน และแผนการรองรับไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว