หนุ่มตรังโร่ แจ้งความช่างเทศบาลฯ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยสร้างอาคารสร้างบนถนนสาธารณะ

ภูมิภาค20 ต.ค. 2560 • 07:31 น.
หนุ่มตรังโร่ แจ้งความช่างเทศบาลฯ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยสร้างอาคารสร้างบนถนนสาธารณะ
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 ตุลาคม นายนราวิชญ์ วังสโรจน์ อายุ 38ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/1 ถนนจริงจิต ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ร้องเรียนสื่อมวลชน ว่าเมื่อเร็วๆนี้ ตนได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองตรัง เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีต่อนายประยุทธ จงไกรจักร นายช่างโยธาชำนาญงาน นายช่างควบคุมอาคาร เทศบาลนครตรัง ซึ่งมีอำนาจเป็นผู้รับผิดชอบช่างชี้แนวเขตพื้นที่ ตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ โดยมี ร.ต.อ.หญิงโสภา มีเจ้ย รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองตรัง รับแจ้งความ นายนราวิชญ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ตนต้องร้องขอความเป็นธรรมตามกระบวนการยุติธรรม ด้วยเหตุที่ อาคารของตนตั้งอยู่บนที่ดินริมถนนวิเศษกุล อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งที่ดินเป็นหัวมุมถนนสาธารณะตามระวางโฉนดที่ดิน ต่อมาได้รับคำสั่งรื้อถอนอาคารในส่วนที่รุกล้ำถนนสาธารณะ ตามคำสั่งเทศบาลนครตรัง ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2559 อ้างมาตรา 42 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ลงนามโดยนายสาโรช คงนคร รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกเทศมนตรีนครตรัง โดยมีอาคารได้รับคำสั่งรื้อถอนในส่วนที่รุกล้ำด้วยกันทั้งหมดจำนวน 3 ราย ประกอบด้วย ของตน , นางพัชนี ธรรมพานิชย์ ซึ่งรื้อถอนส่วนรุกล้ำไปแล้ว และ ของนายกนกพล จันทนกาญจน์ แต่ปรากฏว่า อาคารของนายกนกพล ปัจจุบันยังไม่มีการรื้อถอนแต่อย่างใด นายนราวิชญ์ กล่าวว่า ที่ต้องมาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายประยุทธ ก็เพราะเห็นถึงความเพิกเฉยของเจ้าหน้าที่รัฐผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ที่ดำเนินการเร่งรื้อเพียง 2 ราย โดยเฉพาะของตน ได้รับคำสั่งรื้อซ้ำแล้วซ้ำอีก ตนเคยไปพบเพื่อหารือกับนายประยุทธ แต่นายประยุทธพูดจาไม่ดีและบอกว่าในส่วนของตนยังต้องรื้ออีก ขณะที่อีกอาคารที่อยู่ใกล้กันนั้นปรากฎว่ก่อสร้างทับอยู่บนถนนสาธารณะชัดเจน โดยถนนสาธารณะดังกล่าวมีปรากฎชัดเจนทั้งในระวางโฉนดที่ดินข้างเคียง ทั้ง 3 แปลง รวมถึงระวางผังเมืองรวมของเทศบาลนครตรัง แต่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบกลับไม่ดำเนินการ แต่กลับมารุกไล่รายอื่นอย่างเต็มที่ เช่นนี้ถือเป็นการละเส้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ “เรื่องนี้ถือเป็นการออกมาเรียกร้องของประชาชนคนธรรมดา ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ หากใครสามารถมาสร้างอาคารทับถนนสาธารณะใจกลางเมืองได้แบบนี้ ทั้งที่เจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายก็มีตัวตนอยู่ บ้านเมืองจะอยู่กับอย่างไร ที่ผมต้องออกมาเรียกร้องแจ้งความดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ ก็เพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน ให้เกิดความเป็นธรรมต่อสังคม ไม่ได้เป็นเพราะอาคารของผมถูกรื้อ เราเป็นประชาชนก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ในส่วนที่ละเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายนั้น สังคมก็ต้องช่วยกันตั้งคำถามว่า เหตุการณ์แบบนี้ยังมีที่อื่นๆด้วยหรือไม่”นายนราวิชญ์ กล่าว ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจกรณีดังกล่าวพบว่า ที่ดินทั้ง 3 แปลงตั้งอยู่ริมถนนวิเศษกุล ซึ่งเป็นย่านใจกลางเมืองตรัง โดยที่ดินของนายนราวิชญ์ นั้นอยู่ด้านมุมปากทางเข้าถนนสาธารณะซึ่งมีปากทางกว้าง 6 เมตรเศษ เมื่อเทียบกับโฉนดที่ดินปรากฎว่าระวางที่ดินได้ระบุมีถนนสาธารณะดังกล่าวจริง แต่ปรากฎว่าได้มีอาคารก่อสร้างปิดทางเข้าถนนสาธารณะไว้เต็มพื้นที่ ซึ่งหากมองด้วยตาเปล่าโดยที่ไม่ทราบข้อมูลระวางที่ดินมาก่อน จะไม่ทราบเลยว่าจุดดังกล่าวเป็นถนนสาธารณะ เมื่อสอบถามจากชาวบ้านใกล้เคียง หลายคนไม่ทราบมาก่อนว่าจุดดังกล่าวเป็นถนนสาธารณะ เนื่องจากมีการก่อสร้างปิดบังปากทางถนนมากันอย่างยาวนาน จนกระทั่งเกิดกรณีพิพาทหลังมีคำสั่งรื้ออาคารในส่วนรุกล้ำของรายอื่นๆ แต่กลับไม่มีการดำเนินการรื้อถอนอาคารทั้งหลังที่สร้างทับบนถนนสาธารณะแบบปิดปากทางแต่อย่างใด