หนองบัวลำภูเข้มจับรถบรรทุกหนักเกินกว่ากฎหมายกำหนดแอบวิ่งถนนพังยับไร้เงาตำรวจทางหลวงร่วมจับกุม

ภูมิภาค9 พ.ค. 2563 • 11:59 น.
 หนองบัวลำภูเข้มจับรถบรรทุกหนักเกินกว่ากฎหมายกำหนดแอบวิ่งถนนพังยับไร้เงาตำรวจทางหลวงร่วมจับกุม
เมื่อวันที่ 9 พ.ค..63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชุดปฎิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดหนองบัวลำภู นำโดย นายประสิทธิ์ มหาวงค์ ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดหนองบัวลำภู ,นายธวัชชัย วงษ์แสน ปลัดอำเภอศรีบุญเรือง , หัวหน้าชุดด่านหนองเรือ, และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีบุญเรือง, เจ้าหน้าที่ อส ได้ร่วมตรวจสอบการบรรทุกน้ำหนัก ของรถบรรทุกเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน พ.ศ.2554 รวมทั้งเป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลให้เป็นรูปธรรม มีผลการปฏิบัติ ดังนี้ ดำเนินการจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด กวดขันวินัยจราจรและรถบรรทุกหนัก บริเวณถนนหน้าเทศบาลตำบลยางหล่อ หมู่ที่ 13 บ้านไชยเจริญ ต.ยางหล่อ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู โดยตรวจสอบรถบรรทุก จำนวนทั้งหมด 10 คัน และได้ตรวจจับรถพ่วงบรรทุกหินน้ำหนักเกิน จำนวน 1 คัน ทราบชื่อคนขับว่าคือนายชาตรี ประจันบาล อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 101 ต.สองชั้น อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ขับรถพ่วงบรรทุกหิน ยี่ห้อ ฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 83 -4444 และส่วนพ่วงหมายเลข 83 – 4445 บุรีรัมย์ ปรากฎว่าได้ชั่งน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุก 99,650 กก. เกินกว่ากฎหมายกำหนด 49,150 กก. จึงได้บันทึกจับกุมแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า ใช้ยานพาหนะน้ำหนักเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดบนทางหลวง อันเป็นความผิด พรบ.ทางหลวง พ.ศ.2535 ( แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2549 มาตรา 61 ประกอบกับผู้อำนวยการทางหลวงพิเศษฯ การจับกุมในครั้งนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเข้าร่วมจับกุมด้วย ขณะเจ้าหน้าที่นำผู้ต้องหาพร้อมรถบรรทุกพ่วงหิน เข้ามาทำบันทึกจับกุมที่ สภ.ศรีบุญเรืองได้มีโทรศัพท์ลึกลับ โทรเข้ามาหาหัวหน้าชุดขอเจรจาให้ชุดจับกุมปล่อยตัวผู้ต้อง เสนอสินบนให้แลกกับการปล่อยตัว และแอบอ้างเป็นข้าราชการระดับสูง ร่วมทั้งมีนักการเมืองท้องถิ่นโทรเข้ามา แต่ทางหัวหน้าชุดจับกุมได้แจ้งว่า การจับกุมในครั้งนี้เป็นคำสั่งของ นายสมเจตน์ จงศุภวิศาลกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เพราะมีหนังสือร้องเรียนไปที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู ผลจากการตรวจจับรถบรรทุกน้ำหนักเกินในห้วงที่ผ่านมา ทำให้การบรรทุกน้ำหนักเกินลดลงไปได้จำนวนมาก แต่อย่างไรก็ดี การเข้มงวดและดำเนินการสุ่มตรวจโดยต่อเนื่องยังมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการต่อไป เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนลดการชำรุดเสียหายของถนน ซึ่งจะประหยัดงบประมาณของรัฐในการซ่อมแซมถนนอีกด้วย